posttoday
IMF หั่นจีดีพีโลกยาวถึงปีหน้า "การเมืองสหรัฐ-วิกฤยุโรป" ตัวการฉุด

IMF หั่นจีดีพีโลกยาวถึงปีหน้า "การเมืองสหรัฐ-วิกฤยุโรป" ตัวการฉุด

18 กรกฎาคม 2555

ไอเอ็มเอฟหั่นคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจโลก เตือนเสี่ยงชะลอตัวซ้ำ เหตุการเมืองสหรัฐส่อแตกแยก-กระบวนการกู้หนี้อียูยังล่าช้า

ไอเอ็มเอฟหั่นคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจโลก เตือนเสี่ยงชะลอตัวซ้ำ เหตุการเมืองสหรัฐส่อแตกแยก-กระบวนการกู้หนี้อียูยังล่าช้า

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประกาศตัดลดคาดการณ์เติบโตทางเศรษฐกิจโลกอีกครั้งเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่า เศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวอีกในอนาคต เหตุต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงสำคัญ 2 ประการ คือ 1.ความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐ กรณีการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงทางการคลัง (ฟิสคัล คลิฟ) และ 2.ปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการตามแผนกู้หนี้สหภาพยุโรป (อียู)

รายงาน “แนวโน้มเศรษฐกิจโลก” ของไอเอ็มเอฟ ระบุว่า แม้ว่าไอเอ็มเอฟได้คงตัวเลขคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจโลกปี 2555 ไว้ที่ 3.5% ทว่าได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตปี 2556 ลงอยู่ที่ 3.9% จากเดิมที่ 4.1% เนื่องจากมองว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะอันตรายต่อเนื่อง

ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจประการแรก คือ สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงแก้ไขภาวะหน้าผาทางการคลัง (ฟิสคัล คลิฟ) หรือต่ออายุมาตรการภาษีและมาตรการปรับลดงบประมาณรายจ่าย ซึ่งจะหมดอายุลงในช่วงปลายปี 2555 ได้สำเร็จ โดยจะส่งผลให้สหรัฐเข้าสู่กระบวนการตัดงบประมาณอัตโนมัติเป็นเวลา 10 ปี ในปี 2556 ในทันที ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เสียภาษีต้องจ่ายภาษีมากขึ้นและได้รับสวัสดิการสังคมในด้านต่างๆ เช่น สวัสดิการผู้ว่างงานและการรับประกันสุขภาพลดลง ซึ่งจะส่งผลให้การใช้จ่ายของภาครัฐลดลง

นักเศรษฐศาสตร์มองว่า การใช้จ่ายของภาครัฐที่ลดลงจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศขยายตัวลดลงและเข้าสู่ภาวะถดถอยในอนาคตได้ โดยไอเอ็มเอฟคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้จะขยายตัวเพียง 2% ซึ่งลดลงจากเดิมที่ 2.1% และในปี 2556 จะโตเพียง 2.3% จากเดิมที่ 2.4%

IMF หั่นจีดีพีโลกยาวถึงปีหน้า "การเมืองสหรัฐ-วิกฤยุโรป" ตัวการฉุด

 

นอกจากนี้ องค์การวิจัยของรัฐสภาสหรัฐเผยอีกว่า หากสภาคองเกรสล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาภาวะฟิสคัล คลิฟ อาจส่งผลให้มีชาวอเมริกันทั้งภาครัฐและเอกชนต้องตกงานเพิ่มอีกราว 2 ล้านคน ซึ่งจะดันให้อัตราว่างงานพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 9.7% จากปัจจุบันที่ 8.2%

ความวิตกกังวลเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐรุนแรงขึ้น หลังกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยยอดค้าปลีกเดือน มิ.ย. ลดลงที่ 0.5% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เป็นผลจากความต้องการสินค้าลดลงทุกรายการ สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเป็นไปอย่างยากตามการคาดการณ์ของไอเอ็มเอฟ โดยการค้าปลีกนั้นนับเป็นตัวเลขที่สำคัญ เนื่องจากการบริโภคภายในมีสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของขนาดเศรษฐกิจสหรัฐ

ขณะเดียวกัน ไอเอ็มเอฟระบุอีกว่า ความล่าช้าในการดำเนินตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกู้วิกฤตหนี้ของสหภาพยุโรป (อียู) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวอีกในอนาคต

กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาด ว่า ภูมิภาคยูโรโซนในปี 2556 จะขยายตัวเพียง 0.7% จากเดิมที่ 0.9% โดยให้เหตุผลว่าถึงแม้ว่าบรรดาผู้นำยุโรปจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันในหลักการแก้หนี้ด้วยการเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเพิ่มอำนาจให้กองทุนกลไกเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอสเอ็ม) ให้สามารถอัดฉีดเงินช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตการเงินได้โดยตรงโดยไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐบาล เพื่อลดภาระหนี้สาธารณะของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามแผนกู้หนี้ดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ได้จริงยังคงต้องเผชิญอุปสรรคหลายประการ โดย โจเซ วิเนล กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ แผนก ตลาดทุนและการเงินมองว่า ยุโรปต้องดำเนินแผนกู้หนี้ทั้งระยะสั้น ซึ่งครอบคลุมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรของชาติสมาชิกของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เพื่อคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิกที่พุ่งสูงขึ้นทุบสถิติควบคู่ไปกับแผนกู้หนี้ระยะยาว เช่น การจัดตั้งสหภาพธนาคารและการรวมกลุ่มทางการคลังที่มากขึ้น เพื่อแก้วิกฤตหนี้ที่ยืดเยื้ออย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสเสนอว่า อีซีบีควรเข้ารับหน้าที่เป็นหน่วยงานศูนย์กลางควบคุมดูแลภาคธนาคารที่มีปัญหาของยุโรปตามแผนการกู้หนี้ที่ได้มีการตกลงไว้ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปเมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากมองว่าอีซีบีมีคุณสมบัติพร้อมและมีความน่าเชื่อถือ ประกอบกับสามารถเริ่มเข้าดูแลการปรับโครงสร้างหนี้ภาคธนาคารที่อ่อนแอได้ทันที

วันเดียวกัน มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกาศปรับลดอันดับเครดิตธนาคารอิตาลี 13 แห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารอินเตซา ซานเปาโล และยูนิเครดิต ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศรวดเดียว 2 ขั้น ลงมาอยู่เหนือระดับขยะเพียง 2 ขั้นเท่านั้น เนื่องจากมองว่ารัฐบาลอิตาลีอยู่ในภาวะเสี่ยงมากขึ้น โดยอาจจะไม่สามารถช่วยอัดฉีดเงินแก่ภาคธนาคารที่เกิดวิกฤตได้ และอิตาลียังเผชิญความเสี่ยงปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นในกรีซและสเปน ซึ่งทำให้ปัญหาสภาพคล่องของภาคธนาคารของอิตาลีเลวร้ายลงไปอีก

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง