posttoday
“เอทีเอ็ม” จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของพม่าพลิกโฉมภาคการเงิน-ปูทางด้านการค้า

“เอทีเอ็ม” จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของพม่าพลิกโฉมภาคการเงิน-ปูทางด้านการค้า

15 กรกฎาคม 2555

หลังจากคุ้นเคยและเคยชินกับการแบกเงินสดไปไหนมาไหนด้วยกระสอบ หรือกระเป๋าใบใหญ่มามากกว่าครึ่งศตวรรษ

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

หลังจากคุ้นเคยและเคยชินกับการแบกเงินสดไปไหนมาไหนด้วยกระสอบ หรือกระเป๋าใบใหญ่มามากกว่าครึ่งศตวรรษ จึงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไรนัก เมื่อ “พม่า” ในวันนี้กำลังเบิกบานใจกับทางเลือกใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ อย่างบัตรสี่เหลี่ยมพลาสติกขนาดกะทัดรัด ซึ่งมาพร้อมกับตู้กดเงินสดที่ทั่วโลกรู้จักกันดีในนาม “เอทีเอ็ม”

นับเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่เทียบเท่าได้กับการปฏิวัติวงการการเงินการธนาคารของประเทศพม่าทั้งประเทศ

เพราะเอทีเอ็มทำให้ชาวพม่าใช้จ่ายเงินอย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

เพราะเอทีเอ็มจะผลักดันให้เกิดเครือข่ายระหว่างธนาคารทั้งภายในและภายนอกประเทศ

และเพราะเอทีเอ็มคือจุดเริ่มต้นของการเปิดทางให้บริษัทข้ามชาติก้าวเข้าในพม่าอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานกว่า 50 ปี

เร่งเครื่องเต็มกำลัง

“วิเศษสุดๆ สะดวกมากๆ” เนียงลินอู วิศวกรคอมพิวเตอร์หนุ่มชาวพม่า ในวัย 26 ปี แสดงความเห็นหลังจากที่เพิ่งใช้บริการตู้เอทีเอ็มถอนเงินสดจำนวน 1.2 แสนจัต “แต่จะดีมากเลย หากมีตู้เอทีเอ็มให้ใช้มากขึ้นในพม่า” เนียงลินอู กล่าวเพิ่มเติม พร้อมชี้ไปที่ตู้เอทีเอ็มสีฟ้าเหลืองของธนาคารโคออปเปอเรทีฟ แบงก์ ซึ่งเป็น 1 ใน 13 ธนาคารพาณิชย์ของพม่า

เสียงสะท้อนจากวิศวกรคอมพิวเตอร์หนุ่มข้างต้น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ชาวพม่าในปัจจุบันมีทัศนคติอย่างไรกับ “เอทีเอ็ม”

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสักนิดที่บรรดาธนาคารพาณิชย์ในพม่าทั้งหลาย ต่างเร่งเตรียมแผนเพื่อขยายการให้บริการตู้เอทีเอ็มให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับแผนการล่าสุดของธนาคารกลางพม่า ที่กำลังเตรียมขยายเครือข่ายการให้บริการระบบตู้เอทีเอ็มในประเทศภายในกลางปีหน้านี้ หรืออย่างเร็วที่สุดก็ภายใน 6 เดือน

แถมด้วยการเดินหน้าจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ดูแลระบบบริการเอทีเอ็มและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว โดยใช้ชื่อว่า “ฝ่ายระบบการชำระเงิน” เพราะปัจจุบันแม้จะมีการให้การบริการเอทีเอ็มของหลายธนาคารมากขึ้น ทว่าระบบเอทีเอ็มของธนาคารต่างๆ ก็ยังขาดการเชื่อมโยงถึงกัน ส่งผลให้ผู้ใช้บัตรของธนาคารหนึ่งไม่สามารถไปถอนหรือฝากเงินกับอีกธนาคารอื่นๆ ได้

นอกจากนี้ ธนาคารกลางพม่ายังกำหนดเป้าหมายที่จะให้ระบบการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตู้เอทีเอ็มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น เพราะการชำระเงินหรือการทำธุรกรรมต่างๆ ของชาวพม่าส่วนใหญ่ หรือแม้กระทั่งบริษัทขนาดใหญ่ รวมไปถึงหน่วยงานราชการ ก็ยังคงยึดติดกับการใช้เงินสดอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่สะดวกมากนัก ในกรณีการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่ามากกว่าหลายล้านจัต แถมไม่แคล้วคงต้องเตรียมคน เตรียมอุปกรณ์มานับธนบัตรกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

แผนการที่ยังต้องรอ

ทั้งนี้ เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักลงทุนชาวต่างชาติว่า ระบบการเงินการธนาคารของพม่านั้น เป็นระบบที่ค่อนข้างคร่ำครึมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เหตุจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และผลพวงจากนโยบายสังคมนิยมของรัฐบาล

ส่งผลให้เงินทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้ามาในพม่า ส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพึ่งบริการโอนเงินจาก “ฮาวาลา” บริษัทใต้ดินของพม่าที่ให้บริการมานานหลายสิบปีแทน

แน่นอนว่า การก้าวเข้ามาของ “เอทีเอ็ม” กำลังตัดทอนบทบาทของบรรดาธุรกิจใต้ดินเหล่านี้ และทำให้การเงินการธนาคารของพม่าโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ทว่ากระบวนการทั้งหมดก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยมีอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สำคัญที่สุด อย่างมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก

“เอทีเอ็ม” จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของพม่าพลิกโฉมภาคการเงิน-ปูทางด้านการค้า

 

“เรามีการพูดคุยเรื่องการวางระบบการเงินของเรากับทางวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด” หม่องหม่องวิน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางพม่า ยอมรับมีการพูดคุยกับสองบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินจริง พร้อมอธิบายเพิ่มว่า ต้องการให้ระบบการให้บริการทางการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนเชื่อมโยงระบบเข้ากับเครือข่ายธนาคารในระดับนานาชาติให้ได้ก่อนปี 2556 ของธนาคารกลางพม่า ซึ่งเป็นปีที่พม่ารับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศสมาชิกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีเกมส์)

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนทั้งหมดนอกจากจะต้องรอความคืบหน้าในการออกกฎหมายการลงทุนโดยตรงจากต่างฉบับใหม่ ภายใต้การพิจารณาของกระทรวงการคลังแล้ว พม่าในขณะนี้ยังคงต้องรอท่าทีและสัญญาณจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจที่ดูจะมีเครือข่ายการคว่ำบาตรพม่าที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่าประเทศอื่นๆ มากเอาการ

หลักฐานยืนยันประการหนึ่ง คือ หนึ่งในข้อกำหนดการระงับการคว่ำบาตรที่รัฐบาลสหรัฐเพิ่งประกาศเมื่อไม่นานมานี้ ที่ว่าหากมีบริษัทหรือภาคการเงินสหรัฐเข้าไปลงทุนทางในภาคบริการทางการเงินของพม่า บริษัทนั้นๆ จะต้องทำเรื่องขอรับ “ใบอนุญาตทั่วไป” จากกระทรวงการคลังของสหรัฐเสียก่อน ซึ่งกระบวนการอนุมัติทั้งหมดกว่าที่จะได้ในอนุญาตนั้น ก็จะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

ยิ่งไปกว่านั้น หากการลงทุนเกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม หรือหน่วยงานและกิจการทางทหารของพม่าทั้งหมด ทางการสหรัฐจะปฏิเสธโครงการการลงทุนนั้นทันที แม้ว่าจะตรวจพบในภายหลังก็ตาม

สาเหตุสืบเนื่องมาจากการที่สหรัฐต้องการสร้างความโปร่งใสและความสบายใจแก่ฝ่ายที่ออกมาคัดค้านการระงับการคว่ำบาตรที่เกิดขึ้น เนื่องจากกังวลว่าการเปิดทางให้เอกชนสหรัฐเข้าไปลงทุนในพม่าจะก่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน หรือเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มคนบางกลุ่มในรัฐบาล

นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐยังยืนยันอีกว่า แผนระงับการคว่ำบาตรการลงทุนดังกล่าว เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น และอาจกยกเลิกเมื่อไรก็ได้ หากสหรัฐเห็นว่ากระบวนการปฏิรูปประชาธิปไตย ตลอดจนการปกป้องสิทธิมนุษยชนในพม่าไม่มีความคืบหน้าใดๆ หรือถดถอยลง

เรียกได้ว่า เป็นมาตรการหรือเครื่องมือที่ใช้บีบและกดดันให้รัฐบาลพม่าต้องเดินหน้าแผนปฏิรูปต่อไป

ขณะเดียวกันก็ทำให้ระบบการเงินการธนาคารของพม่ายังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งแน่นอนว่า อาจสร้างความรำคาญใจให้กับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่อไปอีกสักระยะ

เตรียมพร้อมเพื่อแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคขัดขวางทั้งปัจจัยจากภายในและภายนอก ไม่ได้หมายความว่าพม่าจะปราศจากการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น

ตรงกันข้าม หลายๆ บริษัททั้งจากต่างชาติและสัญชาติพม่าเองต่างเร่งวางแผนเตรียมตัวพร้อมลุยอย่างเต็มที่

“มาสเตอร์การ์ดกำลังมองหาลู่ทางและโอกาสในพม่า” แมทธิว ไดรฟ์เวอร์ ประธานส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัท มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ กล่าว พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า เอทีเอ็มรวมถึงระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับโอกาสนั้นๆ

“การจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้พม่าเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก อำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมของธุรกิจต่างๆ และทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ผ่านการควบรวมทางการเงิน” ไดรฟ์เวอร์ สรุป

ไม่เพียงแต่เฉพาะบริษัทต่างชาติเท่านั้นที่เตรียมพร้อม บรรดาธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายภายในของพม่าเอง ต่างเร่งวางแผนเตรียมการเตรียมตัวพร้อมรับกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นภายในอนาคตอันใกล้นี้เช่นเดียวกัน

เห็นได้จากความเคลื่อนไหวของธนาคารอิรวดี ที่แม้จะก่อตั้งมาได้ไม่นานนัก แต่ธนาคารดาวรุ่งรายนี้ก็กำลังเตรียมที่จะขยายสาขาขึ้นจากเดิมมีอยู่ 20 แห่ง ไปที่ 45 แห่ง และเพิ่มพนักงานที่มีอยู่กว่า 970 ไป 1,500 คน ในปี 2556

ทั้งนี้ ไม่ว่าในท้ายที่สุด การเปิดการลงทุนในภาคบริการทางการเงินจากต่างชาติ จะมีการหลั่งไหลของบริษัทและภาคธนาคารต่างชาติเข้ามามากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนและไม่มีให้เห็นอีกแล้ว คือ ภาพที่ชาวพม่าต้องแบกเงินเป็นถุงๆ หรือใส่กระเป๋าใบโตๆ เพื่อทำธุรกรรมหรือเจรจาธุรกิจอีกต่อไป เพราะระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์จะเข้ามาแทนที่ในอีกไม่ช้านี้

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย