
อาเซียนเสียงแตกข้อพิพาททะเลจีนใต้
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นข่าวคราวจากเวทีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศกัมพูชา กับประเด็นความล้มเหลวของที่ประชุมในการหารือเรื่องข้อพิพาททะเลจีนใต้
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นข่าวคราวจากเวทีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศกัมพูชา กับประเด็นความล้มเหลวของที่ประชุมในการหารือเรื่องข้อพิพาททะเลจีนใต้
สื่อต่างชาติรายงานว่า ที่ประชุมอาเซียนล้มเหลวในการออกแถลงการณ์ร่วมหลังหลายชาติสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟิลิปปินส์และกัมพูชา เสียงแตกในประเด็นเกี่ยวกับข้อพิพาทดังกล่าว นับเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปี ตั้งแต่การก่อตั้งอาเซียนที่เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ สร้างความกังวลให้กับบรรดานักวิเคราะห์ว่า ความเห็นที่ไม่ลงรอยจะกระทบการเจรจาระหว่างอาเซียนกับจีนในอนาคต รวมทั้งส่งผลให้การร่างระเบียบปฏิบัติในทะเลจีนใต้ระหว่างอาเซียนกับจีน (ซีโอซี) ต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันอีกด้วย
สาเหตุของความล้มเหลวครั้งนี้ เกิดจากการที่กัมพูชาคัดค้านข้อเสนอของฟิลิปปินส์ ซึ่งเรียกร้องให้มีการระบุถึงเหตุการณ์การเผชิญระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ในช่วงเดือนก่อน ในแถลงการณ์ร่วมด้วย โดยรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชายืนยันว่า ไม่ต้องการให้ข้อพิพาททางทะเลมีอิทธิพลต่อแถลงการณ์มากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ด้านนักวิเคราะห์มองว่า กัมพูชาซึ่งต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากจีนนั้น ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายจีน พร้อมเตือนว่าความเห็นที่ไม่ลงรอยจะกระทบต่อการร่างซีโอซีอย่างแน่นอน
ในส่วนของความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในอาเซียนนั้น ล่าสุดสหรัฐประกาศผ่อนมาตรการคว่ำบาตรพม่าบางส่วน โดยได้อนุญาตให้บริษัทในประเทศสามารถเข้าไปลงทุนในอุตสาห กรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในประเทศพม่าได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทที่จะเข้าไปลงทุนในพม่าต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบริษัทให้กับทางการสหรัฐ ด้านประธานาธิบดีเต็งเส่งของพม่า ได้เรียกร้องให้ตะวันตกผ่อนมาตรการคว่ำบาตรพม่าทั้งหมด เพื่อสนับสนุนมาตรการปฏิรูปประเทศรอบ 2 ของพม่า
เฟดส่งสัญญาณงัด ‘คิวอี 3’
ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟด อาจเตรียมพิจารณาใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (คิวอี 3) เร็วๆ นี้ โดยคาดว่าอาจมีการประกาศใช้ช่วงเดือน ก.ย.นี้ หลังสภาพเศรษฐกิจในประเทศเริ่มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขการผลผลิตอุตสาหกรรมที่หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี และอัตราจ้างงานที่ชะลอตัวลงติดต่อกันหลายเดือน
อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายของเฟดส่วนหนึ่งยังคงคัดค้านต่อการใช้มาตรการคิวอี 3 เนื่องจากมองว่าจะไม่สามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและตลาดทุนสหรัฐได้อย่างมีเสถียรภาพเพียงพอ เพราะสิ่งที่ตลาดทุนต้องการในขณะนี้คือ การสร้างความเชื่อมั่นว่า สภาคองเกรสจะสามารถแก้ไขปัญหาภาวะความเสี่ยงทางการคลัง เช่น การต่ออายุมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ การปรับขึ้นภาษีและเรื่องเพดานการกู้ยืม ซึ่งจะหมดอายุลงในปลายปีนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเสียก่อน
มูดี้ส์หั่นเครดิตอิตาลี อียูให้เงินกู้ก้อนแรกสเปน
มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับชื่อดัง ประกาศลดอันดับเครดิตพันธบัตรระยะยาวของอิตาลีลงถึง 2 ขั้น มาอยู่ที่ระดับ Baa2 จากระดับ A3 พร้อมเตือนว่าอาจตัดสินใจลดความน่าเชื่อถือลงอีกครั้ง
ทั้งนี้ มูดี้ส์อ้างว่าอิตาลียังคงเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากความเป็นไปได้ที่กรีซอาจต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน รวมถึงความเสี่ยงจากปัญหาภาคธนาคารในสเปน ซึ่งทำให้อิตาลีมีแนวโน้มต้องเผชิญต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งสูงขึ้นมาก
ในส่วนของความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในยุโรปนั้น ล่าสุดยุโรปได้อนุมัติเงินกู้งวดแรกมูลค่า 30 ล้านยูโร (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ให้สเปนแล้ว เพื่อนำไปช่วยเหลือธนาคารที่กำลังแบกหนี้เสียจากภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมหาศาล
ศก.มังกรโตต่ำสุดรอบ 3 ปี หวั่นเจอ ‘ฮาร์ด แลนดิง’
สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ขยายตัวได้ 7.6% หรือต่ำสุดในรอบ 3 ปี และนับเป็นการขยายตัวที่ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาส 6 ติดต่อกันแล้ว ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเชื่อมั่นว่า รัฐบาลกรุงปักกิ่งอาจต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนก็เริ่มหวั่นวิตกว่า จีนอาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง (ฮาร์ด แลนดิง)
เฉิงไล่หยุน โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า การขยายตัวที่ลดลงครั้งนี้ มีสาเหตุจากเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ฉุดให้อุปสงค์จากต่างประเทศลดลง ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศก็ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ตึงตัวไปด้วย โดยเฉพาะการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้หลายฝ่ายจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจของจีน ทว่า ซุนจุนเหว่ย นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเอชเอสบีซี เชื่อว่าช่วงเลวร้ายที่สุดของจีนอาจผ่านพ้นไปแล้ว และเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังน่าจะขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น







