
ต่างชาติวิเคราะห์การเมืองไทย นับวันยิ่งแรง อุณหภูมิใกล้แตะจุดเดือด
โพสต์ทูเดย์
— อดีตนักการทูตอังกฤษเตือน ไทยหวิดแตกเป็นเสี่ยงกระแสการเมืองในประเทศไทยยังคงเป็นที่จับตาของสื่อทั่วโลก ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ทิม คอลลาร์ด อดีตนักการทูตชาวอังกฤษ และสมาชิกพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของอังกฤษ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บบล็อกของหนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ว่า วิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อในครั้งนี้ กำลังจะส่งผลให้ประเทศไทยต้องเกิดความแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ทีเดียว
คอลลาร์ด มองว่า การชุมนุมประท้วงยังมีดีกรีความซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือ การย่างกรายเข้าไปถึงจุดเสี่ยงที่จะใกล้ถึงจุดแตกหัก
อดีตนักการทูตชาวอังกฤษรายนี้ มองว่า จากประวัติศาสตร์การเมืองไทย แม้ว่าไทยจะเคยผ่านประสบการณ์วิกฤตทางการเมืองและความมั่นคงในทำนองเดียวกันนี้มาแล้ว แต่ทว่าไทยก็ไม่คุ้นเคยและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความรุนแรงที่ทวีกำลังขยายวงกว้างมากขึ้นอย่างในครั้งนี้
คอลลาร์ดยังชี้ว่า ปัญหาต่างๆ มีจุดเริ่มต้นจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มองว่าเส้นทางที่มหาเศรษฐีคนหนึ่งจะสามารถกุมอำนาจทางการเมืองเอาไว้ได้นั้น ก็จะต้องคุมคะแนนเสียงของประชาชนระดับล่างไว้ให้ได้
ขณะเดียวกันด้านสื่อต่างๆ ในยุโรปก็ต่างวิเคราะห์ว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามที่จะแสดงตัวว่า ตนเองเป็นกลุ่มที่มุ่งมั่นและเคารพในระบอบประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องแรงสนับสนุนจากมวลชน
สำนักข่าวฟรานซ์ 24 ของฝรั่งเศส อ้างความเห็นของ โรแบร์โต เฮอร์เรราลิม นักวิเคราะห์จากบริษัท ยูเรเชีย กรุ๊ป บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองชั้นแนวหน้าของโลก ชี้ว่า กลุ่มเสื้อแดงรู้ดีว่าการใช้ความรุนแรงใดๆ จะส่งผลในทางตรงข้ามกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม และขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังแสวงหาการสนับสนุนจากสาธารณชน โดยแสดงตัวเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวที่สนับสนุนประชาธิปไตย
“
กลุ่มคนเสื้อแดงจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถระดมมวลชนมากน้อยเพียงใด” เฮอร์เรราลิม กล่าวสำนักข่าวฟรานซ์ 24 ยังระบุด้วยว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงถือเป็นการเปิดโฉมหน้าใหม่ของความขัดแย้งทางการเมืองในไทย โดยความซับซ้อนที่ทวีเพิ่มพูนมากขึ้น จากการแบ่งแยกเป็นฝักฝ่ายที่ชัดเจน กับทางกองทัพ และกลุ่มชนชั้นกลางในเมือง ซึ่งต่างเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มคนเสื้อแดง
ด้านนิตยสาร แดร์ สปีเกิล ของเยอรมนี ซึ่งชี้ว่าการชุมนุมครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมนับล้านคน พร้อมอ้างถ้อยคำของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงรายหนึ่งว่า ตราบใดที่ยังไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นประเทศไทยจะไม่สามารถเป็นเอกภาพได้
ด้านผู้สื่อข่าวของสถานีกระจายเสียงบีบีซี ซึ่งรายงานจากพื้นที่ที่สะพานผ่านฟ้า ระบุว่า บรรยากาศที่นั่นค่อนข้างเสียงดัง อึกทึก แต่ก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานและคึกคักของเหล่าผู้ร่วมประท้วง
“
หนึ่งในความท้าทายหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็คือ ความพยายามที่จะควบคุมผู้คนและการออกคำสั่ง”นอกเหนือจากนั้น ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษซึ่งอยู่ท่ามกลางผู้ชุมนุมยังมองว่า นอกเหนือจากการควบคุมคนจำนวนมหาศาลแล้ว ยังมีสิ่งอื่นที่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับแกนนำเสื้อแดง ซึ่งก็คือการกดดันรัฐบาล
“
พวกเขาจะสามารถสร้างความกดดันไปยังรัฐบาลได้มากเพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องต้องการ นั่นก็คือ การลงจากอำนาจของรัฐบาลและเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่” ราเชล ฮาร์เวย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำประเทศไทย กล่าวหนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ ของมาเลเซีย มองว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงในไทย ซึ่งแต่ละฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง หรือรัฐบาล และเจ้าหน้าที่เองก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อและออกมาในรูปแบบใด
เดอะสตาร์ยังรายงานเสียดสีด้วยว่า ในเวลานี้กรุงเทพฯ ยังคงเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยหลับใหล แต่ไม่ใช่จากแสงสีจากสถานที่ที่ต่างชาติและนักท่องเที่ยวต่างคุ้นเคย แต่กลับเป็นความรุนแรงจากการประท้วงที่อาจจะปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครคาดเดาได้
นอกจากการรายงานเรื่องนี้ของสำนักข่าวต่างๆ แล้ว สถานการณ์การเมืองไทยยังได้รับการติดตามจากผู้สนใจอีกจำนวนไม่น้อยในโลกไซเบอร์ ซึ่งต่างก็มีความคิดเห็นมุมมองที่หลากหลายไม่ต่างกัน
หนึ่งในความคิดเห็นจากเว็บไซต์ของซีเอ็นเอ็น ภายใต้การรายงานข่าวเรื่องของการชุมนุมประท้วงในไทยก็คือ ความคิดเห็นจากผู้ที่ใช้ชื่อว่า
“Overclocking” ซึ่งเป็นหนึ่งในความคิดเห็นที่ได้รับความสนใจและมีคนชื่นชอบมากที่สุดความคิดเห็นหนึ่ง ระบุว่า“
เป็นเรื่องง่ายที่จะพูดว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ทุกครั้งที่ไทยมีการเลือกตั้ง ใครก็ตามที่มีเงินสดมากเพียงพอที่จะซื้อเสียงจากคนจนและคนตะกละตะกลามก็จะเป็นผู้ชนะ ถือเป็นเรื่องน่าละอาย! เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นกันอีกหรือไม่ ประเทศไทยจะได้ตกต่ำลงไปอีก ปล่อยให้พวกคอร์รัปชันได้ทุกอย่างที่ต้องการ เพื่อให้ได้เงินที่ลงทุนไปนั้นกลับคืนมา”“
โรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว” ยังเป็นสำนวนที่ใช้ได้สำหรับการเมืองไทยในขณะนี้ โดยความคิดเห็นหนึ่งจากเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า คนไทยกำลังตัดสินทุกอย่างเร็วจนเกินไป บางครั้งเวลาอาจจะเป็นเครื่องพิสูจน์อะไรในหลายสิ่งความคิดเห็นของ Vrachen ชี้ว่าคนไทยควรให้เวลากับทางรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มากกว่านี้ เพราะการสร้างหรือพิสูจน์บางสิ่งยังต้องใช้เวลา







