posttoday
MSCIจ่อหั่นอันดับตลาดหุ้นกรีซ

MSCIจ่อหั่นอันดับตลาดหุ้นกรีซ

22 มิถุนายน 2555

หลุดสถานภาพ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’คุณสมบัติไม่ครบหลังมูลค่าดิ่งหนัก

หลุดสถานภาพ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’คุณสมบัติไม่ครบหลังมูลค่าดิ่งหนัก

เอ็มเอสซีไอ เผยกำลังทบทวนสถานะตลาดหุ้นกรีซ อาจหั่นเหลือ “ตลาดเกิดใหม่” เท่านั้น อ้างมีคุณสมบัติไม่ครบมาตรฐานตลาดพัฒนาแล้ว

ตลาดหุ้นกรีซเสี่ยงถูกปรับลดอันดับสถานภาพจากกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ ภายหลัง เอ็มเอสซีไอ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีตลาดหุ้นและเป็นดัชนีอ้างอิงการลงทุนของหุ้นทั่วโลก เปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนสถานะของตลาดหุ้นกรีซ หลังวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ตลาดหุ้นกรุงเอเธนส์ร่วงหนัก จนไม่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของตลาดพัฒนาแล้วอีกต่อไป โดยการหั่นอันดับครั้งนี้จะส่งผลให้กรีซกลายเป็นชาติพัฒนาแล้วรายแรกของยุโรปที่ถูกปรับลดสถานะลงสู่กลุ่มตลาดกำลังพัฒนา

“ดัชนีหุ้นเอ็มเอสซีไอกรีซไม่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของตลาดที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมีบริษัทจดทะเบียนเพียง 2 แห่งเท่านั้น” เอ็มเอสซีไอ ระบุ โดยย้ำชัดว่าอาจยุติการพิจารณาดัชนีเอ็มเอสซีไอ กรีซ ในอนาคต หากมูลค่าหุ้นดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ดัชนีเอ็มเอสซีไอ กรีซ ร่วงหนักถึง 93% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่หดตัว และวิกฤตหนี้ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหุ้นบริษัท โคคาโคลา เฮลเลนิก บอตลิง คอมพานี และบริษัท โอพีเอพี เอสเอ ซึ่งเป็นส 2 บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในดัชนีเอ็มเอสซีไอ กรีซ ปรับตัวลดลง 29% และ 79% ตามลำดับ ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่ดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดตลาดหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ร่วงลง 15% ในช่วงเวลาเดียวกัน

“ตลาดไม่สนใจหุ้นกรีซแล้ว เอ็มเอสซีไอก็แค่กำลังทำในสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น โดยในความเป็นจริงแล้วพวกเขาควรจัดกรีซให้อยู่ในกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่เละเทะ” ไมเคิล ชาอูล ประธานบริษัทจัดการสินทรัพย์มาร์เก็ตฟิลด์ กล่าว

ทั้งนี้ เอ็มเอสซีไอ ได้ปรับเพิ่มสถานภาพของตลาดหุ้นกรีซมาอยู่ในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วเมื่อปี 2544 โดยหากมีการปรับลดสถานะกรีซจริงก็จะส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในกรีซ

สำหรับความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในยุโรปนั้น โจนาธาน ลอย์นส์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากแคปปิตอล อีโคโนมิกส์ เตือนว่า ในที่สุดสเปนก็จะต้องขอเงินช่วยเหลือจากยุโรป เนื่องจากเศรษฐกิจย่ำแย่จนรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาเองได้ หากไร้ซึ่งความช่วยเหลือจากต่างชาติ

“อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสเปนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่าแผนอัดฉีดเงินช่วยภาคธนาคารมูลค่า 1 แสนล้านยูโร ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้” ลอย์นส์ กล่าว

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ แคทลีน บรูกส์ นักวิจัยจากเว็บไซต์ฟอเรกซ์ ว่าสเปนจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากยุโรป มิฉะนั้นเจ้าหนี้อาจต้องยอมตัดลดหนี้ หรือไม่ก็ธนาคารกลางยุโรปจะต้องเข้าซื้อพันธบัตรสเปน

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีงบประมาณสเปน ยืนยันว่าเศรษฐกิจของประเทศยังคงมีเสถียรภาพ แม้จะต้องเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง