
ศก.เกิดใหม่อัดเงินเข้า IMF ย้ำห้ามช่วยแตอียู
ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เตรียมอัดฉีดเงินกองทุนไอเอ็มเอฟเพื่อช่วยสกัดวิกฤตเศรษฐกิจทะลุเป้า 13 ล้านล้านบาท ย้ำเงินมาพร้อมเงื่อนไข
ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เตรียมอัดฉีดเงินกองทุนไอเอ็มเอฟเพื่อช่วยสกัดวิกฤตเศรษฐกิจทะลุเป้า 13 ล้านล้านบาท ย้ำเงินมาพร้อมเงื่อนไข
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มประเทศบริกส์และชาติอื่นๆ รวมทั้งไทย ได้เสนอจำนวนเงินสมทบกองทุนฉุกเฉินของไอเอ็มเอฟมากถึง 9.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.85 ล้านล้านบาท) ในระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) ส่งผลให้ทางกองทุนสามารถระดมทุนได้ทะลุเป้าที่ 4.56 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 13.68 ล้านล้านบาท) ทว่าข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นพร้อมเงื่อนไขสำคัญที่ว่าไอเอ็มเอฟจะต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่และจะต้องไม่มีการนำกองทุนดังกล่าวไปใช้ช่วยเหลือยุโรปเพียงชาติเดียว
รายงานของไอเอ็มเอฟระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นผู้อัดฉีดเงินรายใหญ่สุดที่ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) ขณะที่จีนเตรียมอัดฉีดเงิน 4.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.29 ล้านล้านบาท) บราซิล รัสเซีย อินเดีย และเม็กซิโก ประเทศละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 แสนล้านบาท) ขณะที่ไทยเสนออัดฉีดเงินจำนวน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท)
“ฉันขอยกย่องประเทศต่างๆ ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ที่ได้ยื่นมือช่วยเหลือเราตามที่เราร้องขอ” คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าว โดยเผยว่า มีประเทศทั้งหมด 37 ประเทศที่เสนอให้เงินสมทบ
อย่างไรก็ตาม บรรดากลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ก็ออกโรงเตือนว่า เงินช่วยเหลือครั้งนี้ต้องมาพร้อมเงื่อนไขต่างๆ เช่น การมีบทบาทมากขึ้นของบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก ซึ่งที่ผ่านมานั้น เก้าอี้ผู้นำตกเป็นของชาติยุโรปและสหรัฐมาโดยตลอด
นอกจากนี้ ยังย้ำชัดว่า กองทุนดังกล่าวซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกราะป้องกันเศรษฐกิจโลก ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือภูมิภาคยุโรป ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้เพียงอย่างเดียว โดยทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของไอเอ็มเอฟนั้นมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือเช่นกัน
ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุม จี20 ซึ่งเปิดฉากขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่เมืองลอส คาบอส ประเทศเม็กซิโก โดยล่าสุดนั้น ที่ประชุมได้ให้คำมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นการเติบโต
ทว่า เอเอฟพีรายงานว่า การประชุม จี20 วันแรกล้มเหลวที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ท่ามกลางความวิตก กังวลว่าวิกฤตหนี้ได้ลุกลามสู่ชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของยุโรปอย่างสเปนแล้ว
ด้าน โฆเซ มานูเอล บารอสโซ ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ได้แสดงความไม่พอใจต่อข้อซักถามของผู้สื่อข่าวชาวแคนาดาถึงความน่าเชื่อถือของยุโรปในระหว่างการประชุม จี20 ว่า บรรดาผู้นำยุโรปไม่ได้มาประชุม จี20 เพื่อให้ที่ประชุมสั่งสอนบทเรียนด้านเศรษฐกิจว่าต้องรับมือหรือจัดการอย่างไร ขณะเดียวกันก็ย้ำชัดเจนว่าต้นตอของวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ได้มาจากภูมิภาคยุโรป
“วิกฤตเหล่านี้เกิดขึ้นแรกสุดในแถบอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีเงินยุโรปอยู่มากที่สุด” บารอสโซ กล่าว พร้อมสรุปว่ายุโรปไม่ใช่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาเศรษฐกิจโลกในขณะนี้แต่เพียงผู้เดียว และการปฏิรูปใดๆ จำต้องใช้เวลา
ทั้งนี้ สิ่งที่บารอสโซคาดหวังจากการประชุม จี20 คือแนวทางปฏิบัติที่กลุ่มอียูสามารถดำเนินตามได้ ขณะที่ เฮอร์แมน แวน รอมปาย ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวเสริมว่า อียูต้องการกำลังใจ แรงสนับสนุน และความร่วมมือเพื่อเอาชนะวิกฤตหนี้สาธารณะมากกว่าแรงกดดันใดๆ







