
สื่อนอกชี้แท็บเล็ตป.1ไร้ผล
สื่อนอกโจมตีนโยบายแจกแท็บเล็ตเด็ก ป.1 ของรัฐบาลไทย เตือนไม่ช่วยให้การศึกษาไทยดีขึ้น มีแต่จะแย่ลง เหตุแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
สื่อนอกโจมตีนโยบายแจกแท็บเล็ตเด็ก ป.1 ของรัฐบาลไทย เตือนไม่ช่วยให้การศึกษาไทยดีขึ้น มีแต่จะแย่ลง เหตุแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
เว็บไซต์นิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งระบุว่า นโยบายแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 ของรัฐบาลไทย จะไม่สามารถช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยได้ ซึ่งปัจจุบันล้าหลังกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ทว่าจะยิ่งส่งผลให้การศึกษาไทยแย่ลง หากภาครัฐไม่หันมาแก้ปัญหาระบบการศึกษาที่ต้นเหตุ
รายงานระบุว่า แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จำนวนเด็กไทยที่เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนเพิ่มขึ้น ทว่าคุณภาพการศึกษาที่นักเรียนได้รับนั้นกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากหากพิจารณางบประมาณด้านการศึกษาของไทย ซึ่งสูงถึง 20% ของงบประมาณประเทศ และสูงกว่างบประมาณด้านอื่นๆ หลายเท่า
“คุณภาพการศึกษาไทยที่ลดลงนั้น เห็นได้จากทั้งผลการทดสอบในประเทศ และจากการวิจัยและศึกษาของหน่วยงานต่างประเทศ เช่น ผลการทดสอบระดับชาติล่าสุด ซึ่งพบว่าคะแนนด้านภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนไทยลดลงจากปีก่อน”
ขณะที่รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ ซึ่งจัดทำโดยเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม และพิจารณาเกณฑ์ 4 ข้อ ซึ่งรวมถึงคุณภาพการศึกษาระดับประถมศึกษา ล่าสุดพบว่าไทยรั้งอันดับ 83 ตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและเวียดนาม
ในส่วนทักษะด้านภาษาอังกฤษนั้น ประเทศไทยอยู่อันดับ 54 จากการจัดอันดับทั้งหมด 56 ประเทศ และถือเป็นชาติที่มีคะแนนแย่สุดเป็นอันดับสองของเอเชีย
ด้าน สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย แสดงความเห็นว่า งบประมาณด้านการศึกษาส่วนใหญ่ของไทยถูกจัดสรรให้ครู โดยขณะที่เงินเดือนของครูเพิ่มขึ้น ผลงานของครูกลับไม่มีคุณภาพมากขึ้นตาม
“โรงเรียนควรเปิดเผยข้อมูลและสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลงานนักเรียนให้ผู้ปกครองได้รับทราบ และขณะเดียวกันการขึ้นเงินเดือนของครูนั้นก็ควรอ้างอิงกับผลงานนักเรียน” สมเกียรติ กล่าว โดยย้ำว่า ปัจจุบันความสำเร็จของครูถูกวัดจากความสามารถของครูในการรักษาความสงบเรียบร้อยในห้องเรียน มากกว่าที่ผลการเรียนของลูกศิษย์
ดังนั้น การแจกแท็บเล็ตให้เด็กนักเรียนจึงไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการศึกษาได้ เนื่องจากเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน โดยนโยบายดังกล่าวเปรียบเสมือนการแก้ปัญหาด้วยการแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนคนละเครื่อง แต่ในทางกลับกัน ไม่เพิ่มคุณภาพการศึกษาแต่อย่างใด ขณะเดียวกันจะยิ่งส่งผลให้สังคมมองข้ามปัญหามากขึ้น







