
ซ้ายจัดกรีซเชื่อยุโรปไม่ทิ้ง
แม้พรรคมีนโยบายเลิกรัดเข็มขัดมูดี้ส์หั่นเครดิตสเปนซ้ำเฉียดจังก์
แม้พรรคมีนโยบายเลิกรัดเข็มขัดมูดี้ส์หั่นเครดิตสเปนซ้ำเฉียดจังก์
พรรคฝ่ายซ้ายจัดกรีซลั่นเอเธนส์ได้เงินช่วยอียูต่อเนื่องแม้ฉีกแผนรัดเข็มขัด ด้านมูดี้ส์หั่นเครดิตสเปนซ้ำเฉียด “จังก์” ดันผลตอบแทนพุ่งทุบสถิติ
อเล็กซิส ทริปราส หัวหน้าพรรคไซริซา ซึ่งเป็นพรรคซ้ายจัดที่ต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของกรีซ กล่าวว่า แม้ว่าทางพรรคจะมีนโยบายฉีกแผนรัดเข็มขัดซึ่งเป็นเงื่อนไขจากสหภาพยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ แต่ที่สุดแล้วกรีซก็จะยังคงอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไป และเอเธนส์จะได้รับเงินช่วยเหลือเหมือนเดิม หลังการเลือกตั้งรอบ 2 ที่จะเปิดคูหาในวันที่ 17 มิ.ย.นี้
“เราไม่เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกอียูจะหักหลังเราและหยุดให้เงินช่วยเหลือ” ทริปราส กล่าวและย้ำว่า ถ้าหากอียูยุติการให้เงินช่วยจะส่งผลให้เกิดหายนะทางการเงินอย่างใหญ่หลวง ไม่เพียงต่อกรีซ แต่จะกระทบทุกประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป
ผลสำรวจความคิดเห็นชาวกรีซส่วนใหญ่ชี้ว่าพรรคกลางขวาประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดี) ซึ่งเป็นพรรคที่สนับสนุนแผนรัดเข็มขัด และพรรคไซริซา ซึ่งต่อต้านแผนการรัดเข็มขัดนั้น จะได้รับคะแนนเสียงเท่ากัน แต่ทว่าไม่มีพรรคไหนชนะขาดได้เสียงข้างมากพอที่จะตั้งรัฐบาลได้
วันเดียวกัน สถานการณ์ในสเปนยังไม่ดีขึ้น แม้ว่ากลุ่มยูโรโซนได้ข้อตกลงให้เงินช่วย ภาคธนาคารสเปนมูลค่า 1 แสนล้านยูโรแล้วก็ตาม โดยล่าสุด มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือการชำระหนี้ระยะยาวของสเปนลงอีกครั้งถึง3 ขั้นรวด จาก A3 เหลืออยู่ที่ Baa 3 หรือเพียง 1 ระดับก็จะตกลงไปอยู่ในสถานะ “จังก์” แล้ว
การหั่นเครดิตสเปนดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีสเปนพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ที่ 7.017% สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเงินสกุลยูโรในปี 1999
มูดี้ส์ มองว่า เงินช่วยเหลือจากอียูเพื่ออัดฉีดภาคธนาคารที่กำลังแบกรับหนี้เสียภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมหาศาลจะส่งผลให้ปริมาณหนี้รัฐบาลเพิ่มขึ้น โดยคาดหนี้จะพุ่งแตะ 90% ของจีดีพีในปีนี้ และจะยังคงเพิ่มขึ้นถึงปี 2558 ด้วย
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์สเปนที่กำลังประสบปัญหาการเงิน ได้ดำเนินการกู้ยืมเงินเสริมสภาพคล่องจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เมื่อเดือน พ.ค. สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.87 แสนล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือน เม.ย. ที่เพียง 2.63 แสนล้านยูโร
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าภาคธนาคารสเปนต้องพึ่งพาอีซีบีเพื่อระดมทุนมากขึ้น หลังไม่สามารถระดมทุนจากตลาดการเงินได้เอง และอาจส่งผลให้อีซีบีต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะขาดทุนเพิ่มมากขึ้น ถ้าหากวิกฤตหนี้รุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิตาลีเปิดประมูลขายพันธบัตรระยะสั้น 3 ปีเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ระดมทุนได้ 3,000 ล้านยูโร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งทุบสถิติที่ 5.3% จาก 3.91% ชี้ว่านักลงทุนยังกังวลว่าอิตาลีอาจเป็นชาติถัดไปต้องขอเงินช่วย







