posttoday
ชาวกรีกหันหน้าสู่วิถีชนบทแห่กลับบ้านไร่ หนีมรสุมวิกฤตหนี้

ชาวกรีกหันหน้าสู่วิถีชนบทแห่กลับบ้านไร่ หนีมรสุมวิกฤตหนี้

10 มิถุนายน 2555

หากรักจะมีชีวิตที่ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับนับหน้าถือตาในแวดวงสังคม

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

หากรักจะมีชีวิตที่ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับนับหน้าถือตาในแวดวงสังคม หนึ่งในช่องทางที่จะได้รับสิ่งเหล่านั้นในทัศนะของคนหนุ่มสาวตามชนบทของกรีซก็คือ การเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงอย่างกรุงเอเธนส์ ซึ่งเต็มไปด้วยโอกาสงานที่ดี รายได้สูงรออยู่มากมาย

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ นับตั้งแต่ปี 2488-2524 มีผู้คนโยกย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในกรุงเอเธนส์ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว จนทำให้มีประชากรเพิ่มสูงกว่า3 ล้านคน และมีมากถึง 4 ล้านคน ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม วิถีที่เคยเป็นไปดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากปัจจุบันเมืองหลวงแห่งนี้ไม่ใช่เมืองฟ้าอมรที่คนรุ่นหนุ่มสาวเฝ้าใฝ่ฝันและขวนขวายเข้ามาอยู่อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ประเทศกรีซเริ่มประสบปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะจนต้องเดินหน้าขอเงินช่วยเหลือจากต่างชาติ

ชาวกรีกหันหน้าสู่วิถีชนบทแห่กลับบ้านไร่ หนีมรสุมวิกฤตหนี้

แถมซ้ำเติมด้วยแผนรัดเข็มขัดของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้บรรยากาศและสภาพสังคมในเมืองหลวงที่เคยเรืองรองแห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยปัญหาความวุ่นวายนานัปการ

อาทิ อัตราคนว่างงานที่สูงขึ้นถึง 22% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ ภาพของคนไร้บ้านที่นอนกันตามริมถนนและฟุตปาท ภาพคนยากไร้ที่คุ้ยหาของกินเพื่อประทังชีวิตตามถังขยะ ป้ายประกาศให้เช่าตามร้านค้าริมถนนที่กลาดเกลื่อน

และยังไม่นับรวมปัญหาอาชญากรรม อย่างการลักขโมยจี้ปล้นที่เกิดขึ้นทั่วมุมเมือง สร้างความหวาดกลัวไปทั้งเอเธนส์

สภาพความยากลำบากดังกล่าวส่งผลให้หนุ่มสาวรุ่นใหม่ และรุ่นที่อยู่มานานเริ่มคิดหาหนทางหวนกลับบ้านเกิด

หลักฐานยืนยันก็คือ ผลสำรวจของสถาบันวิจัยคาปาในกรีซ ที่เดินหน้าสอบถามความเห็นจากประชาชนกว่า 1,300 คน เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ชี้ว่า มากกว่า 68% กำลังคิดที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานไปต่างจังหวัด และมีจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าจะไปอยู่อย่างถาวร

สำหรับเหตุผลหลักที่ทำให้ต้องหันหน้าหนีแหล่งทำมาหากินเดิม ก็เนื่องมาจากชีวิตในต่างจังหวัดมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าอยู่ในเมือง อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตแล้ว การอยู่ในต่างจังหวัดในเวลานี้เป็นสิ่งที่น่าจะดีกว่ามาก

สปิริโดวลา ลักกา อดีตพนักงานออฟฟิศสาวไฟแรงของบริษัทแห่งหนึ่ง วัย 32 ปี ผู้เคยใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นนักออกแบบกราฟฟิกคอมพิวเตอร์ ก็เป็นหนึ่งในคนหนุ่มสาวเหล่านั้นที่ต้องตัดสินใจล้มเลิกการเดินตามความฝันในวัยเด็กของตัวเอง และหันกลับไปหาวิถีชีวิตชาวบ้านตามท้องไร่ท้องนาอันแสนสงบสุขที่บ้านเกิดในต่างจังหวัดแทน

ลักกา กล่าวว่า นับตั้งแต่กรีซถลำลึกเข้าสู่ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงมากที่สุดในรอบกว่า 60 ปี การใช้ชีวิตในเมืองกลายเป็นเรื่องเจ็บปวด และการเดินหน้าตามฝันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะว่ากระทั่งการหางานเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหารในปัจจุบันเพื่อเลี้ยงชีวิตคั่นเวลายังแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นสิ่งอื่นๆ จึงยิ่งไม่ต้องหวังอะไรมาก

บทสรุปดังกล่าวส่งผลให้ลักกาต้องตัดสินใจยอมละทิ้งความใฝ่ฝัน

“เมื่อปีก่อนฉันไม่เคยนึกเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาขุดดินในสวน หรือทำฟาร์มในไร่นาเลยแม้แต่น้อย เพราะในอดีตฉันเอาแต่คิดว่าจะต้องออกไปจากที่นี่ แต่ทว่าตอนนี้ฉันอาจจะต้องอยู่ที่นี่ชั่วชีวิต” ลักกา กล่าว ในขณะที่กำลังรดน้ำผักและต้นไม้ในไร่ ณ เมืองโคนิสซา พื้นที่ใกล้กับชายแดนระหว่างกรีซกับแอลเบเนีย

ทั้งนี้ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านการออกแบบ และได้ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดเพื่อทำงานเป็นนักออกแบบกราฟฟิกคอมพิวเตอร์ในเมือง แต่ทว่าด้วยงานดังกล่าวมีอัตราการแข่งขันสูงและหางานทำได้ลำบาก ลักกาจึงตัดสินพับความฝันของตัวเองลงชั่วครู่ และสมัครเป็นพนักงานอัตราจ้างชั่วคราวในบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเอเธนส์ โดยใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสบรรจุเป็นพนักงานแบบถาวร และจากนั้นค่อยเดินตามฝันอีกครั้ง

ชาวกรีกหันหน้าสู่วิถีชนบทแห่กลับบ้านไร่ หนีมรสุมวิกฤตหนี้

แต่ด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่มีมาก ซึ่งไม่พอเพียงที่จะใช้กินใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ขณะที่รายได้จากการทำงานเป็นพนักงานชั่วคราวของบริษัทที่ได้รับต่อเดือนเพียงแค่ 640 ยูโร(ราว 2.5หมื่นบาท) จึงทำให้ลักกาต้องหาอาชีพเสริม เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารด้วย

กระนั้น จุดพลิกผันที่ทำให้ลักกาต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาและมุ่งหน้าสู่บ้านเกิดก็มาถึง เมื่อโดนเลิกจ้างจากการเป็นพนักงานเสิร์ฟเมื่อ มิ.ย.ปีที่แล้ว ประจวบเหมาะกับการที่ไม่มีเงินไปต่อสัญญาจ้างพนักงานชั่วคราวกับบริษัทที่ทำงานอยู่ เพราะในเวลานั้นกรีซประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก จากการยอมตัดลดงบประมาณและรายจ่ายของประเทศจำนวนมาก เพื่อแลกรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

“ในเวลานั้นฉันบอกกับตัวเองว่า ไม่มีทางที่จะไปของานทำจากเพื่อนหรือใครได้อีกแล้ว ฉะนั้นจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด” ลักกา กล่าว

นอกจากนี้ กระแสการหลั่งไหลของหนุ่มสาวที่หันกลับไปแสวงหาชีวิตในต่างจังหวัด ยังสะท้อนได้จากคำกล่าวของ สเตฟาโนว เวคกิลริส เจ้าของโรงกลั่นวัย 50 ปี ซึ่งกล่าวโดยอ้างข้อมูลจากการสอบถามผู้คนที่มาพักร้อนในเมืองโคนิสซา ว่าช่วงหน้าร้อนนี้ที่คาดว่าจะมีคนจากเอเธนส์และเมืองอื่นๆ ย้ายเข้ามาอยู่ที่โคนิสซามากถึง 60 คน

เวคกิลริส ยังได้กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้ปัจจุบันคนหนุ่มสาวในเมืองหันมาอยู่ต่างจังหวัดและสนใจอาชีพเกษตรเพื่อการดำรงชีพ เนื่องจากอาชีพดังกล่าวสามารถขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือจากภาครัฐได้ พร้อมกับชี้ว่า เกษตรกรกรีซส่วนใหญ่ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยอาศัยการทำเกษตรกรรมขนาดย่อม ไม่ใช่เพราะว่าการขายพืชผักที่ปลูกได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะมีรายได้จากการสนับสนุนและช่วยเหลือจากอียู แม้ว่าในช่วงปีหลังๆ ที่ผ่านมาเกษตรกรเริ่มบ่นกันว่ามีการตัดลดงบประมาณการอุดหนุนลงมาก็ตาม

ขณะที่ข้อมูลจากโรงเรียนสอนการทำเกษตรกรรมทางตอนเหนือของเมืองทีสซาโลนิกี เผยว่า จำนวนผู้สมัครเข้าเรียนมีมากขึ้นถึง 3 เท่าในปีนี้ และคอร์สเรียนที่ผู้คนสนใจมาก คือ การทำชีสและการเก็บน้ำผึ้ง

พานอส เคลเนลริส ประธานโรงเรียนฝึกสอนการทำเกษตรกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจการเรียนทำเกษตรกรรมมากเป็นพิเศษ โดยคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและความต้องการไขว่คว้าหาคุณภาพชีวิตที่ดีของคน ซึ่งการอยู่ภายในเมืองในปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ให้แก่หนุ่มสาวเหล่านั้นได้

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง