
อียูต้องสละเพื่อส่วนรวม
แมร์เกิลดัน‘สหภาพการเมือง’เร่งสร้างวินัยการคลังสมาชิก
แมร์เกิลดัน‘สหภาพการเมือง’เร่งสร้างวินัยการคลังสมาชิก
เยอรมนีจี้ชาติสมาชิกต้องยอมสละอำนาจเพื่อส่วนกลางมากขึ้น เดินหน้าสู่การเป็นสหภาพที่มีวินัย ไม่หวั่นทำอียูแตกเป็นสองขั้ว
นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนีออกโรงเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกยูโรโซน ยอมสละอำนาจอธิปไตยของประเทศแก่ส่วนกลางมากยิ่งขึ้น เพื่อรวมกลุ่มเป็นประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจและระบบการเมืองเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ยุโรปกลายเป็นสหภาพการเมืองโดยแท้จริง ถึงแม้ว่าวิธีการดังกล่าวจะส่งผลให้ยุโรปอาจต้องแตกออกเป็น 2 กลุ่ม ตามพื้นฐานเศรษฐกิจและการเมืองก็ตาม
“นอกจากการใช้เงินสกุลเดียวกันแล้ว ยุโรปยังต้องการสหภาพการคลัง หรือการใช้นโยบายด้านงบประมาณเดียวกัน และที่สำคัญที่สุดคือการจัดตั้งสหภาพทางการเมือง” แมร์เกิล กล่าวพร้อมเตือนว่า ยุโรปไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่กับที่เพราะบางประเทศสมาชิกยังไม่มีความพร้อมในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลว่า อาจส่งผลให้เกิดความแตกแยกระหว่างกลุ่มประเทศยูโรโซนที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งและอ่อนแอได้ โดยขณะนี้ แมร์เกิล ถูก กดดันอย่างหนักจากประเทศสมาชิกให้เสนอแนวทางการแก้วิกฤตหนี้ที่ชัดเจนมากกว่านี้ในการประชุมสุดยอดอียูที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย.
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ได้ยื่นข้อเสนอให้มีการจัดตั้งข้อบังคับทางการเงินขึ้นใหม่ ตามแบบอย่างกฎข้อบังคับที่ใช้กับภาคธนาคารของสหรัฐ ซึ่งคือการเปิดทางให้รัฐบาลประเทศสมาชิกในยุโรป ไม่จำเป็นต้องนำเงินภาษีประชาชนมาอัดฉีดช่วยเหลือภาคธนาคารในประเทศที่กำลังวิกฤตหนัก แต่จะผลักดันให้บรรดาเจ้าหนี้ เช่น ผู้ถือครองพันธบัตรและผู้ถือหุ้น ต้องยอมรับการขาดทุนจากการถือครองสินทรัพย์ดังกล่าวแทน
อีซีมองว่า ข้อบังคับดังกล่าวจะสามารถช่วยรัฐบาลประเทศต่างๆ ซึ่งกำลังแบกรับภาระหนี้สาธารณะมูลค่ามหาศาล หลีกเลี่ยงการล้มละลายจากการที่ต้องนำเงินไปช่วยเหลือภาคธนาคารของประเทศได้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าข้อบังคับดังกล่าวอาจไม่สามารถบรรเทาความรุนแรงของวิกฤตการเงินในภาคธนาคารของยุโรปและสเปนได้ทันเวลา เนื่องจากข้อบังคับดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีแห่งยุโรปและรัฐสภายุโรป ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี 2561
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวเยอรมนีกว่า 1,000 คน ชี้ว่า 78% ของชาวเยอรมนีมองว่า วิกฤตหนี้ยุโรปจะทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายมากกว่านี้ ขณะที่ 53% มองว่าวิกฤตหนี้จะส่งผลกระทบต่อรายได้และสินทรัพย์ส่วนตัวในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม กว่า 70% เชื่อว่ายุโรปจะไม่เผชิญกับการล่มสลายของการใช้เงินยูโรสกุลเดียวร่วมกัน m







