
เผยสุดยอดมหาเศรษฐีโลก 2553 เบอร์ 1 โลกเปลี่ยนมือ เศรษฐีไทยติดอันดับ 3 บุคคล
โพสต์ทูเดย์
— เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ตกเก้าอี้แชมป์มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก พ่ายเจ้าพ่อธุรกิจสื่อชาวเม็กซิกันหวุดหวิด ส่วนเจ้าพ่อวงการธุรกิจไทยติดโผมหาเศรษฐี 3 คนนิตยสารฟอร์บส์ เปิดเผยการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2553 ซึ่ง บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ถูกเบียดตกอันดับ ไม่ได้ครองแชมป์ผู้ที่รวยที่สุดในโลกเป็นครั้งที่สองในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ปี 1995
ในปีนี้ คาร์ลอส สลิม เฮลู เจ้าพ่อธุรกิจสื่อชาวเม็กซิกันขึ้นแท่นตำแหน่งมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 5.35 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าบิล เกตส์ ไปเพียง 500 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น โดยบิล เกตส์ ซึ่งตามมาเป็นอันดับที่สองมีทรัพย์สินอยู่ราว 5.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพียงแค่หุ้นไมโครซอฟท์กระเตื้องขึ้นเพียงแค่ 1 เหรียญสหรัฐเท่านั้น บิล เกตส์ก็จะมีทรัพย์สินมากกว่าสลิมแล้ว
สลิม เจ้าของบริษัท อเมริกา โมวิล ซึ่งรั้งอันดับที่ 3 ในปีที่แล้ว เป็นผู้ที่ทำลายสถิติผู้ที่รวยที่สุดในโลก ที่ไม่ได้ถือสัญชาติอเมริกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1994 ต่อจาก โยชิเอกิ ซึซึมิ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น
ส่วนตำแหน่งรวยที่สุดเป็นอันดับ 3 ในปีนี้ตกเป็นของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชาวอเมริกัน หนึ่งในมหาเศรษฐีใจบุญ ซึ่งมีทรัพย์สินอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่อันดับ 4 และ 5 ตกเป็นของมหาเศรษฐีจากอินเดีย คือ มูเกซ อัมบานี เจ้าพ่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมี และธุรกิจน้ำมัน ด้วยสินทรัพย์ 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และอันดับ 5 คือ ลักษมี มิตตัล เจ้าของบริษัทเหล็ก มิตตัล ด้วยทรัพย์สิน 2.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนมหาเศรษฐีไทยที่ติดอันดับในปีนี้มี 3 คน คือ เฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของบริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง กระทิงแดง รั้งอันดับที่ 208 ด้วยสินทรัพย์ 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามมาด้วย เจริญ สิริวัฒนภักดี เสี่ยเจ้าของบริษัทเบียร์ช้าง ครองอันดับ 342 ด้วยทรัพย์สิน 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ และเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ บิ๊กบอสกลุ่มธุรกิจซีพีเจียไต๋ ติดอันดับ 463 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ฟอร์บส์ ระบุว่า ในปีนี้มูลค่ารวมของสินทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 50% ไปอยู่ที่ 3.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อีกทั้งยังมีจำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 793 คน ไปถึง 1,011 คน แต่ทว่าก็ยังคงน้อยกว่าปี 2008 ซึ่งมีมหาเศรษฐีอยู่ถึง 1,125 คนด้วยกัน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกดีขึ้นกว่าเดิม
ถ้าแบ่งมหาเศรษฐีตามแต่ละประเทศแล้ว สหรัฐยังคงครองแชมป์ประเทศที่มีมหาเศรษฐีอยู่มากที่สุดถึง 4.3 คน โดยคิดเป็น 40% ของจำนวนทั้งหมด อีกทั้งมหานครนิวยอร์กยังเป็นเมืองที่มีมหาเศรษฐีอยู่มากที่สุดในโลกด้วย
อย่างไรก็ตาม สตีฟ ฟอร์บส์ ประธานและผู้บริหารสูงสุด ฟอร์บส์ มีเดีย ระบุว่า มหาเศรษฐีชาวอเมริกันยังคงฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ไม่ดี และแข็งแกร่งนัก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
ส่วนประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกอย่างจีน ครองอันดับสอง เบียดแซงหน้ารัสเซียครั้งแรก ส่วนประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่มีการขยายตัวของมหาเศรษฐีเป็นอย่างมากอย่างเช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และอินเดีย
ฟอร์บส์ ระบุว่า มีมหาเศรษฐีหญิงอยู่ 89 คน จากทั้งหมด 1,011 คน โดย 14 คน เป็นสตรีแกร่งที่สร้างสินทรัพย์มหาศาลด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ซึ่งครึ่งหนึ่งในนั้นเป็นหญิงชาวจีน
ตัวอย่างของสตรีแกร่งก็คือ โอปราห์ วินฟรีย์ เจ้าแม่ทอล์กโชว์ ซึ่งแม้มูลค่าสินทรัพย์จะตกลงไปจากปีที่แล้วถึง 300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสินทรัพย์ในปีนี้อยู่ที่ 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐ
ด้าน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก วัย 25 ปี ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์สังคมออนไลน์ที่ฮอตฮิตที่สุดในขณะนี้ ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอ่อนวัยที่สุดในปีนี้ โดยรั้งอันดับที่ 212 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ







