
แคนาดาดันสิงคโปร์เป็นฮับรับภัยพิบัติ
ชี้ทั่วโลกต้องร่วมมือกันมากขึ้น ทัพจีนแย้มไม่โต้แต่เน้นระวังตัว
ชี้ทั่วโลกต้องร่วมมือกันมากขึ้น ทัพจีนแย้มไม่โต้แต่เน้นระวังตัว
แคนาดาเสนอสร้างศูนย์รับมือภัยพิบัติภูมิภาคที่สิงคโปร์ จีนชี้ไม่ตอบโต้ แต่เน้นระวังตัว หลังสหรัฐประกาศเตรียมหันมามุ่งเอเชีย
ปีเตอร์ กอร์ดอน แม็คเคย์ รัฐมนตรีกลาโหมแคนาดา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในระหว่างเข้าร่วมประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงเอเชียที่สิงคโปร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ได้ยื่นข้อเสนอจัดตั้งศูนย์กลางส่งมอบความช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติธรรมชาติและมนุษยธรรมของภูมิภาคขึ้นที่สิงคโปร์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนนโยบายกองทัพสหรัฐที่จะหันมาให้ความสำคัญกับเอเชียมากขึ้น
แม็คเคย์ ได้กล่าวอีกด้วยว่า ขณะนี้ทั่วโลกจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือให้ความช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาจากภัยพิบัติธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับหยิบยกตัวอย่างเมื่อครั้งที่กองทัพแคนาดาได้ร่วมมือกับกองทัพชาติอื่นๆ เข้าช่วยเหลืออินเดียจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเมื่อปี 2547 และเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เฮติเมื่อปี 2553
“เราตระหนักถึงความสำคัญของการติดต่อเชื่อมโยงในหมู่มิตรสหายและพันธมิตร เพื่อสร้างความแน่นอนว่าจะสามารถร่วมมือกันรับมือกับเหตุต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น” แม็คเคย์ กล่าว
ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า จะขอนำข้อเสนอไปพิจารณาศึกษาก่อน
ด้าน พล.ท.เหรินไห่ฉวน ตัวแทนจากกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ที่เข้าร่วมประชุมได้กล่าวแสดงจุดยืนของจีน ภายหลังจากที่ ลีออน เพเนตตา รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้กล่าวว่า สหรัฐจะหันมาให้ความสำคัญกับเอเชียมากขึ้น และในปี 2563 สหรัฐจะเพิ่มสัดส่วนการประจำของกองทัพเรือในเอเชียเป็น 60% โดยระบุว่า จีนจะไม่ตอบโต้ แต่จะเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น
“อย่างแรกคือเราจะไม่ทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นราวกับว่าเป็นหายนะ เพราะเราเชื่อว่าสหรัฐทำไปเพื่อตอบสนองต่อผลประโยชน์ของชาติตนเอง” เหริน กล่าว พร้อมกับย้ำว่า จีนพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและร้ายแรงทุกชนิด
ด้าน สตีเฟน สมิท รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย แสดงความยินดีต่อการที่สหรัฐจะหันมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียมากขึ้น พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าการปรากฏตัวของสหรัฐจะช่วยนำมาซึ่งความมั่นคงและสันติภาพให้เกิดขึ้นในภูมิภาค
สมิท กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศสหรัฐ จากการเปิดให้สหรัฐตั้งฐานทัพในเมืองดาร์วิน จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ออสเตรเลียมีต่อจีนอย่างแน่นอน เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนานและครอบคลุมในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้า







