
‘10 ชั่วโมงในเกาหลี...’ (2)
วันนี้เราจะได้ถึงกรุงโซลกันแล้ว หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้วาดเส้นทางด่วนให้วิ่งผ่านเกาหลีในเวลา 10 ชั่วโมง
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
วันนี้เราจะได้ถึงกรุงโซลกันแล้ว หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้วาดเส้นทางด่วนให้วิ่งผ่านเกาหลีในเวลา 10 ชั่วโมง ไว้ 2 โปรแกรม วันนี้เราจะมุ่งหน้าไปตาม “เส้นทางหมายเลขหนึ่ง (ลูกกตัญญู)” เนื่องเพราะน้องชายคนหนึ่งที่จะหยุดต่อเครื่องในเกาหลีระหว่างพาคุณแม่ไปฮาวายขอเส้นทางนี้มา...เป็นไฮไลต์ ที่คนไปเกาหลีครั้งแรกไม่ควรพลาดค่ะ
เริ่มต้นด้วยวิธีเดินทาง... พึงระลึกว่าอย่าไปนั่งแท็กซี่เข้าเมืองค่ะ เพราะว่ามีรถสาธารณะที่สะดวกสบายให้บริการในราคาที่ถูกกว่าแท๊กซี่เกือบสิบเท่า ได้แก่ รถไฟ (รถไฟธรรมดาท่านละ 3,700 วอน ถึงสถานีโซล 57 นาที รถไฟฟ้าด่วนพิเศษ 1.3 หมื่นวอน 47 นาที) และรถบัสลีมูซีน ~1.1 หมื่นวอน เวลาถึงปลายทางในโซลไม่เกิน 1 ชั่วโมงนิดๆ หากท่านเป็นกึ่งนักผจญภัยแต่ยังอยากไปแบบเร็ว-ง่าย-สบาย คือ ไม่ต้องเดินมาก ตั้งแต่เริ่มสตาร์ตจากสนามบินไปขึ้นรถไฟ เมื่อลงรถไฟแล้วไม่อยากต่อรถอีกหลายทอด พึงเลือก “รถบัสลีมูซีนสนามบิน” เถอะค่ะ เพราะการนั่งรถไฟ แม้จะเร็วกว่าแต่สถานีรถไฟที่สนามบินต้องเดินไปไกล เกรงใจอาม่าเหลือเกิน... ครั้นเมื่อถึงสถานีโซลแล้ว อาจต้องเผื่อเวลาไว้มึนกับทางออกท่ามกลางฝูงชนซึ่งจะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ
เริ่มสตาร์ต... หลังจากที่ผ่านด่านศุลกากรออกมาถึงประตูผู้โดยสารขาเข้าบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าชั้นหนึ่ง ให้มองตรงไปข้างหน้าเยื้องทางซ้ายมือ จะพบเคาน์เตอร์ขายบัตรโดยสารรถบัสลีมูซีนเข้าเมือง ตรงไปซื้อตั๋วรถสาย 6011 เลยค่ะ แล้วไปขึ้นรถที่ชานชลาจอดรถ 5B 12A ซึ่งประตูออกก็อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ รถจะวิ่งผ่านถนนเลียบทะเล แม่น้ำ ราวๆ ครึ่งชั่วโมงเศษก็จะถึงโซล รถจะแวะจอดตามป้ายต่างๆ พอผ่านป้าย Dong-Rib-Moon Station แล้วลอดอุโมงค์ใต้ภูเขาให้เตรียมตัวลงป้ายหน้าทันที ที่สถานีรถไฟฟ้า “คยองบ๊กกุง” (Gyeongbokgoong Station) มองหาประตู “กวางฮวามุน” ซึ่งเป็นประตูทิศใต้ของพระราชวัง มองไปด้านหลังเห็นภูเขาบูกักเป็นฉากที่สวยงามใช่เลยค่ะ ให้เดินเลยประตูไปอ้อมเข้าทางทิศตะวันออก
“กุง” แปลว่า พระราชวัง ...“คยองบ๊กกุง” ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 618 ปีก่อน (พ.ศ. 1937) โดยพระเจ้าแทโจซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์โชซอนให้เป็นที่ประทับและว่าราชการของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ เป็นพระราชวังเอกอันเป็นหัวใจจึงวางผังพระราชวังอีก 4 แห่งให้กระจายรายรอบ ได้แก่ “ชางด๊อกกุงต๊อกซูกุงดชางคยองกุงและคยองฮีกุง”... “คยองบ๊กกุง” แปลว่า “พระราชวังแสงแห่งความสุข” ถูกตั้งนามโดย ปรมาจารย์ชองโดจอนผู้มีความสำคัญยิ่งต่อแนวคิดปรัชญาขงจื้อที่วางรากฐานให้สังคมในขณะนั้น (เรื่องราวช่วงนี้ถูกนำมาเขียนเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่ขายดีมากเกือบล้านเล่มในเกาหลีและถูกนำไปสร้างละครซีรีส์ยอดฮิตในเกาหลี ชื่อ “ต้นไม้ที่มีรากลึก” Deep rooted tree อันเป็นเรื่องราวของการสร้างตัวอักษรเกาหลีเหลี่ยมๆ กลมๆ ที่ไม่ธรรมดา ตื่นเต้น-หักเหลี่ยม-สนุกและแฝงแนวคิดที่ดีๆ ไว้มากมาย หวังว่าสถานีโทรทัศน์บ้านเราจะได้นำมาออกอากาศในเร็ววันนี้ค่ะ ขณะนี้สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กมอบให้ ดร. ไพบูลย์ ปีตะเสน นักแปลเกาหลีมือหนึ่งของเมืองไทยแปลอยู่ค่ะ คาดว่าจะออกเล่มจำหน่ายได้ในภายใน 3 เดือน)
ช่วงปี พ.ศ. 2135-2141 “คยองบ๊กกุง” ถูกญี่ปุ่นเผาทำลายไปเกือบหมด จนกระทั่ง 145 ปีก่อน จึงได้ถูกบูรณะใหม่ตามแบบพระราชวังเดิม มีพระตำหนักและอาคารต่างๆ ถึง 330 หลัง รวม 5,792 ห้อง ในพื้นที่ 4 แสน 8 หมื่น ตรม. พระราชวงศ์จึงย้ายกลับเข้ามาประทับและว่าราชการกันที่นี่อีกครั้ง แต่แล้วเคราะห์กรรมซัด... 30 ปีให้หลัง (พ.ศ. 2440) ญี่ปุ่นเข้ายึดครองประเทศ จึงเผาทำลายอีก มีนัยที่จะลบล้างกลิ่นอายของวัฒนธรรมเกาหลีออกไปเพื่อเตรียมนำเข้าวัฒนธรรมญี่ปุ่นแทน...ยิ่งไปกว่านั้น หลังได้เอกราชคืนแล้วเกิดสงครามเกาหลีแบ่งแยกประเทศ จึงทำให้เหลือพระตำหนักรอดพ้นจากการถูกทำลายเพียงบางส่วน 10 หลัง ที่สำคัญๆ อาทิ พระตำหนักคัง-นยอง-จอน(สมบัติแห่งชาติ # 223 เป็นพระตำหนักที่บรรทมของกษัตริย์) พลับพลา ฮยาง-วอน-จองเป็นศาลา 2 ชั้น ทรง 6 เหลี่ยมอยู่กลางทะเลสาบ ศาลา คยอง-ฮี-รู (สมบัติแห่งชาติ # 224) พระตำหนักจา-คยอง-จอน ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพันปีหลวง...สวยงามแบบเกาหลี ต้องไปดูเองค่ะ ปัจจุบันรัฐบาลเกาหลีได้เร่งฟื้นฟูกลุ่มพระราชฐานอื่นๆ กลับคืนมากว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ...เข้าชมได้ทุกวัน ยกเว้นวันอังคารตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 3,000 วอน เด็ก 1,500 วอน มีบริการไกด์ภาษาอังกฤษให้ฟรีด้วยค่ะ
ไป “คยองบ๊กกุง” ที่เดียวเบ็ดเสร็จ ได้ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติแสดงวิถีชีวิต วัตถุและวัฒนธรรมเกาหลีโบราณตั้งแต่หลายพันปีก่อนด้วย ... ชมเสร็จชักจะหิวแล้วสิคะ ไก่ตุ๋นโสมเจ้าอร่อยและร้านโสมกำลังรออยู่ค่ะ....







