posttoday
7พันปียังใช้หนี้ไม่หมด อุทาหรร์ใช้เกินตัวจากแดนกระทิง

7พันปียังใช้หนี้ไม่หมด อุทาหรร์ใช้เกินตัวจากแดนกระทิง

03 มิถุนายน 2555

“ปิออซ” เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดกัวดาลาจารา ของสเปน ที่นี่มีคนอยู่อาศัยอยู่ราว 3,000 คนเท่านั้น

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

“ปิออซ” เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดกัวดาลาจารา ของสเปน ที่นี่มีคนอยู่อาศัยอยู่ราว 3,000 คนเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยหนี้ และหนี้ ที่คำนวณแล้วอาจต้องใช้เวลาถึง 7,058 ปีถึงจะใช้หมด

และก็โชคร้ายอย่างที่สุด เมื่อรัฐบาลกลางของสเปนมีคำสั่งฟ้าผ่าโดยกระทรวงบริหารสาธารณะ ให้รัฐบาลท้องถิ่นของเมืองต่างๆ เร่งจ่ายหนี้คืนให้กับเจ้าหนี้โดยเร็ว

สำหรับเมืองปิออซ คำสั่งนี้ถือเป็นการฆ่ากันชัดๆ เพราะเมืองนี้คือเมืองที่มีหนี้มากที่สุดของสเปน

อาเมเลีย โรดริเกวซ นายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน กำลังเจอกับ “บ่วง” หนี้อันแสนสาหัส อันเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่การบริหารงานของนายกเทศมนตรีคนก่อน

ในปัจจุบัน ปิออซมีหนี้อยู่ที่ 16 ล้านยูโร แต่มีศักยภาพจ่ายหนี้ได้เพียง 2,000 ยูโรต่อปีเท่านั้น เท่ากับว่าเมืองปิออซต้องใช้เวลานานถึง 7,058 ปีกว่าจะล้างหนี้ได้หมด ที่อัตราดอกเบี้ย 56% ต่อปี

7พันปียังใช้หนี้ไม่หมด อุทาหรร์ใช้เกินตัวจากแดนกระทิง

 

“โชคไม่ดีเรื่องนี้เกิดกับเมืองของเรา เรามีหนี้มากถึง 16 ล้านยูโร ซึ่งล้วนแต่เป็นมรดกตกทอดมาจากนายกเทศมนตรีคนก่อนหน้า” โรดริเกวซ กล่าว

หนี้เหล่านี้มาจากไหน? เมืองปิออซสามารถสร้างหนี้ได้มากอย่างเหลือเชื่อ และพอกพูนหนี้ได้อย่างรวดเร็ว ผ่านโครงการลงทุนในเมืองที่เกินตัว ทำให้เมืองแห่งนี้มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว ขณะที่รายได้น้อยนิดเท่านั้น

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2553 ปิออซมีภาระหนี้อยู่ที่ราวๆ เพียง 1 ล้านยูโรเท่านั้น แต่นับตั้งแต่ที่นายกเทศมนตรีคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งในปี 2554 เมืองเล็กๆ แห่งนี้กลับมีหนี้พุ่งสูงขึ้นเป็นถึง 16 ล้านยูโร จากโครงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ ซึ่งมีอยู่ราว 100 หลังคาเรือน

แต่ปรากฏว่ามีคนอยู่จริงเพียง 2 หลังคาเรือนเท่านั้น ส่วนที่เหลือปิดป้ายประกาศขายทิ้งกันหมด

เพราะจากการบริหารที่ย่ำแย่ทำให้ไม่มีคนอยากอยู่ และทำให้โครงการนี้ขาดทุนยับเยิน และเป็นสาเหตุให้เมืองปิออซต้องเป็นหนี้สินรุนแรง และไร้เงินที่จะใช้บริหารจัดการดูแลที่อยู่อาศัยแห่งใหม่เหล่านี้

ในช่วงค่ำคืนก็ไม่สามารถเปิดไฟให้ความสว่างตามท้องถนน เมื่อถนนพังก็ปล่อยให้พังอยู่อย่างนั้น ขยะก็ไม่มีคนเก็บเพราะไม่มีเงินจ้าง ระบบกรองน้ำดื่มน้ำใช้ก็ไม่ทำงานเพราะไม่มีทุนในการดูแล และยังไม่มีเงินจ้างเจ้าหน้าที่ดูแลจัดการอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เมืองปิออซยังมีภาระกับค่าใช้จ่ายค่าซ่อมบำรุงเมือง 2.25 แสนยูโร ค่าใช้จ่ายด้านศูนย์วัฒนธรรม 6 หมื่นยูโร และอีก 1.2 ล้านยูโรเป็นเงินชดเชยให้กับเกษตรกร และเจ้าของที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างโรงกำจัดขยะ

ค่าใช้จ่ายอีก 5 ล้านยูโรสำหรับโรงงานจำกัดขยะที่ไม่เคยใช้ได้จริง 1.2 แสนยูโรสำหรับการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ 6 แสนยูโรสำหรับค่าไฟฟ้าตามท้องถนนและในที่สาธารณะ และ 2 แสนยูโรเป็นค่าจ้างบริษัททำความสะอาดของโรงเรียน

เบตเตตา ยอมรับว่า สถานการณ์ของหมู่บ้านในปัจจุบันตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างที่สุด ซึ่งสภาท้องถิ่นเมืองปิออซก็ยอมรับว่าไม่สามารถหารายได้จากภาษีมากนัก ยกเว้นภาษีที่จะมาจากอาคาร และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ที่เมืองราสเควลา อีกเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของเมืองบาร์เซโลนาก็กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาหนี้ไม่แพ้กัน

สภาเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งมีประชากรอยู่อาศัยเพียง 960 คนเท่านั้น ได้เสนอร่างการหารายได้แบบใหม่เพื่อนำมาใช้หนี้ ซึ่งคือการให้เช่าที่ดินปลูกกัญชาขาย โดยมีเป้าหมายที่จะจำหน่ายให้กับสมาคมผู้ใช้ยาเสพติดแห่งเมืองบาร์เซโลนา

7พันปียังใช้หนี้ไม่หมด อุทาหรร์ใช้เกินตัวจากแดนกระทิง

 

ว่ากันตามตรง การจำหน่ายกัญชาในสเปนไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายทั้งหมด รัฐบาลกลางอนุญาตให้ประชาชนสามารถปลูกต้นกัญชาเพื่อใช้ส่วนตัวหรือแบ่งปันให้คนอื่นได้ในจำนวนไม่มากนัก

แต่ไม่ใช่ทำเป็นธุรกิจเป็นล่ำเป็นสันชัดเจนดังเช่นแผนการของสภาเมืองราสเควลานี้แน่นอน

ตามแผนการดังกล่าว สภาเมืองราสเควลาจะเปิดให้เช่าที่ดินราว 7 เฮกเตอร์ จากสมาคมผู้ใช้ยาเสพติดแห่งบาร์เซโลนา เพื่อใช้ปลูกกัญชาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงไม่น้อยถ้ารัฐบาลกลางสเปนประกาศว่าการเปิดให้ปลูกและขายอย่างโจ่งแจ้งมากมายขนาดนั้นเข้าข่ายผิดกฎหมาย

แต่แล้วในที่สุดแผนการนี้ก็ต้องล่มไป เมื่อผลการทำประชามติของประชาชนในเมืองปรากฏออกมาว่ามีผู้เห็นชอบเพียงแค่ 56% นั้นไม่ถึงเกณฑ์ที่ 75%

แกนนำหลายคนในเมืองแสดงความเห็นว่า แม้แผนการดังกล่าวจะช่วยหาเงินมาได้ถึง 1.3 ล้านยูโร ซึ่งจะช่วยล้างหนี้ได้เกือบหมด แต่ทว่าเมืองนี้ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศเช่นกัน เพราะแผนการดังกล่าวอาจจะติดขัดในด้านข้อบังคับของกฎหมาย ที่จำกัดปริมาณการปลูกกัญชา

“ผมไม่ต้องการออกเสียงสนับสนุนให้กับโครงการนี้ เพราะเราอาจจะต้องเจอกับค่าปรับจากรัฐบาลกลางในปริมาณมหาศาล ถ้าหากรัฐบาลกลางตัดสินว่าโครงการนี้ผิดกฎหมายชาติ” ชาวเมืองคนหนึ่ง กล่าว

ทั้ง ปิออซ และราสเควลา ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการดิ้นเพื่อความอยู่รอดจากวิกฤตหนี้ที่กำลังสุกงอมทั่วหัวระแหงแดนสเปนอยู่ ณ ขณะนี้

เกิดขึ้นอะไรกับสเปน เพราะเหตุใดสเปนถึงตกอยู่ท่ามกลางวิกฤตหนี้มากมายขนาดนี้

ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อปี 1999เมื่อยุโรปเริ่มใช้เงินสกุลยูโรกันเป็นครั้งแรก สเปนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อส่งเสริมการลงทุนทันที

ดอกเบี้ยที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเปิดทางให้ธนาคารพาณิชย์เข้าเกียร์ปล่อยกู้อย่างบ้าคลั่งให้กับเอกชนผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และประชาชนที่อยากจะมีบ้านใหม่เป็นของตัวเอง

การกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นทั่วทุกหย่อมหญ้าของแดนกระทิง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของสเปน

ในช่วงระหว่างปี 2539-2550 นั้น ราคาอสังหาริมทรัพย์ของสเปนพุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 3 เท่าตัวทีเดียว รวดเร็วกว่าประเทศใดๆ ในกลุ่มยูโรโซน

แต่ในขณะนี้ จากผลของวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2551 ได้ส่งให้ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในสเปนที่สั่งสมมานั้นได้แตกลง ราคาที่อยู่อาศัยในสเปนหล่นฮวบอย่างไม่มีวันที่สิ้นสุด แม้กระทั่งในวันนี้ก็มีแต่แนวโน้มดิ่งลงๆ อย่างต่อเนื่อง

จากที่เคยเฟื่องฟูในอดีต อุตสาหกรรมการก่อสร้างถึงกับล่มสลายลงแล้วในวันนี้ ทำให้มีคนตกงานนับแสนคน ลูกหนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ของชีวิต และจำเป็นต้องตัดลดค่าใช้จ่ายของตัวเองในทุกด้านลง ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคในสเปนลดฮวบ

ส่วนธนาคารพาณิชย์ผู้ปล่อยกู้ก็ต้องเผชิญหน้ากับหนี้เน่ามหาศาลอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน

สิ่งที่รัฐบาลสเปนสามารถทำได้ในขณะนี้ก็คือ ต้องกู้ กู้ และกู้ เพื่อนำมากระตุ้นและช่วยเหลือภาคธนาคารในประเทศอย่างบ้าคลั่งเพื่อหาทาง “หยุดเลือด” ให้ได้ ต้องสกัดไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศต้องพบกับความพินาศแม้ว่าจะสุดแสนยากก็ตามที

และผลจากการที่รัฐบาลสเปนต้องระดมทุนผ่านพันธบัตรมากเกินไปนั้นก็ยิ่งทำให้ความเสี่ยงที่ว่าสเปนจะไม่มีปัญญาจ่ายเงินคืนให้กับเจ้าหนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

คล้ายๆ กับกรณีของกรีซ...

นั่นส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปีของสเปนพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แตะระดับ 6% แล้วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ยิ่งผลตอบแทนสูงก็ยิ่งเสี่ยงมาก

เมื่อเทียบกับพันธบัตรระยะ 10 ปีของเยอรมนี ชาติที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดของยูโรโซน ผลตอบแทนอยู่ที่ 1.25% เท่านั้น ผลตอบแทนน้อยก็หมายความว่าความเสี่ยงต่ำ

ยิ่งมองอนาคตของรัฐบาลสเปนก็ยิ่งมืดมนกับหนทางแก้ไข เพราะช่องทางของการหารายได้ก็ยิ่งตีบตันลงเรื่อยๆ อัตราการว่างงานของสเปนพุ่งขึ้นไปแล้วแตะ 24% นั่นหมายความว่ารายได้ของรัฐจากภาษีจะยิ่งน้อยลง ขณะที่รัฐก็มีภาระในค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการให้กับคนตกงานเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

แต่จะว่าไปแล้ว ไม่เพียงแต่ฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์เท่านั้นที่ก่อปัญหาให้กับ สเปนอยู่ในขณะนี้ อีกปัญหาหนึ่งที่เลวร้ายไม่แพ้กัน คือ ปัญหาฟองสบู่ในภาคแรงงาน

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ฐานอัตราค่าจ้างของสเปนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยค่าใช้จ่ายในด้านแรงงานของสเปนพุ่งขึ้นมากกว่า 40% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับค่าจ้างในเยอรมนี

ภาวะฟองสบู่ค่าจ้างดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลให้สเปนสูญเสียศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจไปเท่านั้น แต่ทำให้ทั้งประเทศต้องประสบกับปัญหารายจ่ายของแรงงานที่สูงเกินจริงไปด้วย

จากเดิมที่รัฐบาลสเปนเป็นผู้ที่เคยประหยัดมากที่สุดแห่งหนึ่งของกลุ่มยูโรโซน (ประหยัดยิ่งกว่าเยอรมนี หรือกระทั่งกรีซเสียอีก) แต่หลังปี 2551 ที่ผ่านมา รัฐบาลสเปนต้องพบกับค่าใช้จ่ายมหาศาล เพราะหนึ่งในนั้นคือค่าใช้จ่ายในสวัสดิการคนตกงานที่แพงลิ่ว

จากเดิมในปี 2550 สเปนมีหนี้สาธารณะอยู่ที่ 36% ต่อผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) แต่ในปี 2554 ที่ผ่านมานี้ สเปนมีหนี้สาธารณะสูงถึง 68.5% ต่อจีดีพี และเมื่อสิ้นสุดปี 2555 ประเมินกันว่าสเปนจะมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 79.8% ของจีดีพี

ปัญหาหนี้ของสเปนได้สั่งสมและซุกซ่อนไว้ในทุกระดับของประเทศอย่างยากจะแก้ไข จากหนี้ในระดับประชาชนไปสู่ระดับรัฐบาลท้องถิ่น จากหนี้ของภาคธนาคารสู่หนี้ระดับชาติที่ทำให้รัฐบาลต้องพบกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงไม่หยุด

สเปนในวันนี้จึงกลายเป็นจุดศูนย์กลางของปัญหาหนี้ยุโรป ที่รุนแรงไม่แพ้กรีซแม้แต่น้อย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท