
จีนไม่ทุ่มกระตุ้นศก.รอบ2
ส่งซิกวงเงินไม่เยอะเท่า3ปีก่อนหวั่นเงินเฟ้อหนี้หลอนอีกรอบ
ส่งซิกวงเงินไม่เยอะเท่า3ปีก่อนหวั่นเงินเฟ้อหนี้หลอนอีกรอบ
สื่อของรัฐบาลจีนส่งสัญญาณแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ใช้เงินไม่มาก คาดไม่มีทางเห็นวงเงินมหาศาล 4 ล้านล้านหยวนรอบที่ 2
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ได้รายงานอ้างความเห็นของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (เอ็นดีอาร์ซี) รวมถึงนักวิชาการคนอื่นๆ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เหมือนในช่วงหลังวิกฤตการณ์ภาคการเงินสหรัฐ เมื่อปี 2551 นั้น อาจเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนออกมาดับฝันทั่วทั้งโลก ที่ต้องการจะได้ประโยชน์ร่วมไปด้วยจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนอีกครั้ง
“นโยบายเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างยั่งยืนในปัจจุบันนี้ จะไม่เดินตามรอยแผนการกระตุ้นเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อนอย่างแน่นอน” ซินหัว รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่เอ็นดีอาร์ซี
การส่งสัญญาณของทางการจีนครั้งนี้ สอดคล้องกับรายงานของเอพีที่ระบุว่า จีนกำลังพิจารณาการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่อย่างระมัดระวัง เนื่องจากแผนการกระตุ้นครั้งใหญ่หลังวิกฤตการณ์ทางการเงินสหรัฐในปี 2551 ได้ส่งผลให้จีนต้องเผชิญปัญหาเงินเฟ้ออย่างรุนแรงและมีหนี้พอกพูนขึ้นมาก
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้ออกมาตรการบ้านเอื้ออาทรช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย วงเงิน 6.6 หมื่นล้านหยวน (ราว 3.3 แสนล้านบาท) และมาตรการอุดหนุนการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานอีก 2.65 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.32 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น้อยมากเมื่อเทียบกับเงินกระตุ้นครั้งใหญ่ราว 4 ล้านล้านหยวน (ราว 20 ล้านล้านบาท) เมื่อ 3 ปีก่อน
ขณะที่ในวันเดียวกัน ไฟแนนเชียล ไทมส์ ได้รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ปฏิเสธแผนการที่รัฐบาลสเปนจะช่วยอัดฉีดทุน 1.9 หมื่นล้านยูโร (ราว 7.55 แสนล้านบาท) ให้กับแบงเกีย ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ในแดนกระทิงดุ โดยอีซีบีถึงกับระบุว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้
แหล่งข่าวระบุว่า แผนการของสเปนซึ่งจะออกพันธบัตรระดมทุนไปช่วยแบงเกียนั้น ถูกอีซีบีคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากมองว่าไม่ต่างอะไรกับการที่รัฐบาลให้เงินช่วยเหลือธนาคารโดยตรง ซึ่งเป็นการผิดหลักเกณฑ์ของอีซีบี
ขณะที่ในคืนวันที่ 29 พ.ค. ค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงต่ำสุดครั้งใหม่ทำสถิติในรอบ 22 เดือน มาอยู่ที่ 1.2487 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ หรือต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2553 หลังจากบริษัทจัดอันดับเครดิตอีแกนโจนส์ ในสหรัฐ ลดอันดับเครดิตของสเปนลงมาอยู่ที่ระดับ B จากเดิมที่ BB โดยให้เหตุผลว่าสเปนอาจมีปัญหาในการไถ่ถอนชำระหนี้คืน เนื่องจากเศรษฐกิจประสบภาวะถดถอย ประกอบกับอัตราว่างงานที่พุ่งสูงสุดในยุโรปที่ 24.4%







