posttoday
อียูระส่ำเมืองฝรั่งเศษ-กรีซป่วนแผนกู้หนี้

อียูระส่ำเมืองฝรั่งเศษ-กรีซป่วนแผนกู้หนี้

13 พฤษภาคม 2555

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตามองมากที่สุด คงหนีไม่พ้นวิกฤตหนี้ทางฝั่งยุโรปที่นับวันจะทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองของทั้งฝรั่งเศสและกรีซ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตามองมากที่สุด คงหนีไม่พ้นวิกฤตหนี้ทางฝั่งยุโรปที่นับวันจะทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองของทั้งฝรั่งเศสและกรีซ

ล่าสุด ผลการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบตัดเชือกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าฟรองซัวส์ ออลลองด์ ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคสังคมนิยม ซึ่งเป็นฝ่ายซ้ายได้รับคะแนนโหวตมากที่สุด เฉือนเอาชนะคู่แข่งประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ที่หวังจะบริหารปกครองประเทศต่ออีกหนึ่งสมัย ด้วยคะแนน 51.62% ต่อ 48.38% หรือคิดเป็นจำนวนคนที่โหวตให้ออลลองด์มากกว่าซาร์โกซี ถึง 1.13 ล้านคน

ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้ออลลองด์กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกจากฝ่ายซ้าย ซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบสังคมนิยม เอาใจแรงงานได้ขึ้นปกครองประเทศในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่สมัยของอดีตประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ มีแตร็อง ซึ่งครองบัลลังก์ผู้นำฝรั่งเศส 2 สมัย ระหว่างปี 1981-1995 ขณะเดียวกันก็ทำให้ซาร์โกซีกลายเป็นผู้นำฝรั่งเศสคนแรกในรอบ 30 ปีที่ชวดตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ด้วย โดยซาร์โกซีมีกำหนดส่งมอบตำแหน่งให้กับออลลองด์อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าชัยชนะของออลลองด์อาจจะส่งผลกระทบต่อแผนการกู้วิกฤตยูโรโซน เนื่องจากออลลองด์ให้ความสำคัญต่อการกลับมาใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเอาใจแรงงานแทนที่จะเดินหน้ารัดเข็มขัดอย่างจริงจังเพื่อสร้างวินัยทางการคลัง ประกอบกับออลลองด์ประกาศยืนยันว่าต้องการรื้อแผนสหภาพการคลัง เพื่อผ่อนวินัยการใช้จ่ายและหาแผนกระตุ้นการเติบโต ซึ่งเป็นสิ่งที่เยอรมนีคัดค้านมาโดยตลอด

ด้านสถานการณ์ทางการเมืองของกรีซ ก็ยังคงไร้เสถียรภาพและกำลังเข้าสู่ภาวะสุญญากาศ เมื่อไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่ หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาได้สำเร็จ

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดี) ซึ่งเป็นพรรคกลางขวาที่ให้การสนับสนุนแผนรัดเข็มขัด ได้คะแนนเสียงเป็นอับดับหนึ่ง 18.85% หรือ 108 ที่นั่งจากทั้งหมด 300 ที่นั่ง ขณะที่พรรคไซริซา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายได้รับคะแนนเสียงเกินคาดที่ 16.78% หรือ 52 ที่นั่ง ส่วนพรรคปาซก ตามมาเป็นอันดับ 3 ที่ 13.18% หรือ 42 ที่นั่ง

ส่วนที่นั่งที่เหลือนั้นตกเป็นของพรรคเล็กอีก 4 พรรค ได้แก่ พรรคอินดีเพนเดนท์กรีก ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ได้ 33 ที่นั่ง พรรคกรีกคอมมิวนิสต์ ได้ 26 ที่นั่ง พรรคโกลเดน ดอว์น ซึ่งเป็นพรรคนีโอนาซี หรือเผด็จการ ได้ 21 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปไตยซ้ายได้ 19 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปไตยใหม่ซึ่งได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งได้จำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพียง 108 ที่นั่ง จากทั้งหมด 300 ที่ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลร่วมเพื่อคุมที่นั่งในสภาได้อย่างเบ็ดเสร็จ เปิดทางให้พรรคฝ่ายซ้ายไซริซา ซึ่งได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 2 รับหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลร่วมภายใน 3 วันแทน

แต่ทว่าความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลผสมใหม่ของกรีซต้องล้มเหลวอีกครั้ง หลัง อเล็กซิส ซิปราส หัวหน้าพรรคไซริซา ซึ่งเป็นพรรคแนวซ้ายจัดที่ต่อต้านการใช้มาตรการรัดเข็มขัดอย่างสุดโต่ง ไม่สามารถหาแนวร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมได้สำเร็จ หลังซิปราส ประกาศตั้งเงื่อนไขชูนโยบายว่าหากพรรคการเมืองใดๆ ต้องการมีบทบาทในรัฐบาลผสมใหม่นี้ ผู้นำพรรคการเมืองทั้งหมดต้องเห็นชอบให้ฉีกสัญญาการรับเงินช่วยเหลือกรีซจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทิ้งเสียก่อน ซึ่งได้รับเสียงคัดค้านจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่ของกรีซในทันที

ความล้มเหลวดังกล่าว เปิดทางให้ อีวานเจลอส เวนิเชลอส หัวหน้าพรรคสังคมนิยมกรีซ หรือพรรคปาซก ซึ่งสามารถคว้าคะแนนเสียงได้เป็นอันดับที่ 3 ต้องรับช่วงต่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมอีกครั้งเป็นรอบที่ 3

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงที่พรรคปาซก ซึ่งให้การสนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัด อาจไม่สามารถรวบรวมที่นั่งจากพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายที่ต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมได้สำเร็จเช่นกัน

หากพรรคปาซกไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ประธานาธิบดีกรีซจำเป็นต้องประกาศเรียกบรรดาผู้นำพรรคการเมืองทั้งหมด เพื่อหารือจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งหากวิธีดังกล่าวล้มเหลว กรีซจำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้งในต้นเดือน มิ.ย. ซึ่งจะสร้างความวิตกกังวลให้กับบรรดากนักลงทุนว่า กรีซอาจต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนในเร็ววันนี้

ขณะที่ในสัปดาห์เดียวกัน การเมืองของรัสเซียก็ระอุขึ้นอีกระลอก ภายหลังจากการสาบานตัวเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ วลาดิมีร์ ปูติน ท่ามกลางกระแสคัดค้านของประชาชนที่ออกมารวมตัวกันประท้วงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปูติน ย้ำที่จะให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพและความต้องการของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ชาวรัสเซียทุกคนสมัครสมานสามัคคีเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งมั่นคง

มะกันสกัดแผนบึ้ม ผงะ ‘ระเบิดกางเกงใน’

กลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงอีกครั้ง เมื่อสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองของชาติพันธมิตร สามารถสกัดกั้นและขัดขวางแผนการวางระเบิดเครื่องบินโดยสารแบบไอพ่นของสหรัฐ โดยใช้ระเบิดรูปแบบใหม่ที่ประกอบไว้ติดกับกางเกงชั้นในของผู้ก่อการร้ายกลุ่มอัลกออิดะห์ในเยเมนได้สำเร็จ ภายหลังจากที่เพิ่งผ่านพ้นวันครบรอบ 1 ปี การก่อเหตุสังหาร โอซามา บินลาเดน อดีตผู้ก่อการร้ายหมายเลข 1 ของสหรัฐ

IMF มั่นใจ ศก.พม่าบูมจี้ลุยปฏิรูป ศก.ต่อเนื่อง

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุในรายงานประเมินเศรษฐกิจของพม่าเป็นครั้งแรกว่า (อาร์ติเคิล 4) พม่ามีโอกาสที่จะกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจรุ่งเรืองรายถัดไปของเอเชีย หากรัฐบาลกรุงเนย์ปิดอว์ยังคงเดินหน้าปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม พร้อมกับเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แรงงานหนุ่มสาว และเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ ให้เป็นประโยชน์ต่อพม่าเอง

อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟเตือนว่ารัฐบาลพม่าควรก้าวอย่างระมัดระวัง โดยควรมุ่งไปที่การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เนื่องจากการปฏิรูปอย่างรวดเร็วนั้นอาจส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ความเสียหายมูลค่ามหาศาลได้ โดยย้ำว่าการปฏิรูปนั้นจะต้องใช้เวลา ขณะที่การจัดลำดับความสำคัญเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยนำผลประโยชน์ไปสู่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก