posttoday
อียู มุ่งกระตุ้น ควบคู่รัดเข็มขัด เฟดชี้ ศก.มะกันเริ่มกระเตื้อง

อียู มุ่งกระตุ้น ควบคู่รัดเข็มขัด เฟดชี้ ศก.มะกันเริ่มกระเตื้อง

27 เมษายน 2555

ยุโรปเตรียมแก้ไขข้อตกลงวินัยการคลัง เปลี่ยนท่าทีมุ่งเน้น “การสร้างความเติบโต” ควบคู่การรัดเข็มขัด ด้านเฟดเผยเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้น แต่ยังไม่งัดมาตรการกระตุ้นเพิ่ม

ยุโรปเตรียมแก้ไขข้อตกลงวินัยการคลัง เปลี่ยนท่าทีมุ่งเน้น “การสร้างความเติบโต” ควบคู่การรัดเข็มขัด ด้านเฟดเผยเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้น แต่ยังไม่งัดมาตรการกระตุ้นเพิ่ม

บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า ยุโรปเตรียมแก้ไขข้อตกลงด้านวินัยการคลัง (ฟิสคัล คอมแพกต์) ซึ่งเป็นกรอบข้อตกลงที่มุ่งสร้างระเบียบวินัยทางการคลังและป้องกันไม่ให้ประเทศสมาชิกขาดดุลงบประมาณ ด้วยการเพิ่มเนื้อหาพิเศษที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจภายหลังความพยายามในการแก้วิกฤตหนี้สาธารณะที่ผ่านมาด้วยการรัดเข็มขัดนั้น ส่อล้มเหลวที่จะสกัดวิกฤตหนี้

อียู มุ่งกระตุ้น ควบคู่รัดเข็มขัด เฟดชี้ ศก.มะกันเริ่มกระเตื้อง

เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลเยอรมนีรายหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า บรรดาผู้นำยุโรปเตรียมเพิ่มเนื้อหาด้านต่างๆ เช่น วิธีการสร้างความสามารถในการแข่งขันสำหรับแต่ละประเทศ และการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้างความเติบโต โดยตั้งเป้าว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ก่อนการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) ระหว่างวันที่ 1819 มิ.ย. ที่ประเทศเม็กซิโก

การเปลี่ยนแปลงท่าทีครั้งนี้ของยุโรปมีขึ้นภายหลัง มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เรียกร้องให้ยุโรปจัดทำข้อตกลงที่มุ่งสร้างความเติบโต ควบคู่ไปกับการใช้ข้อตกลงวินัยการคลัง โดยข้อเรียกร้องดังกล่าวก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี และฟรองซัวส์ ออลองด์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส เช่นเดียวกับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ ซึ่งต่างมองว่าที่ผ่านมานั้น ยุโรปให้ความสำคัญกับการรัดเข็มขัดมากเกินไป ซึ่งในที่สุดก็ไม่อาจแก้วิกฤตหนี้ได้อย่างถาวร และขณะเดียวกันยังไม่อาจป้องกันการลุกลามของวิกฤตหนี้ไปยังอิตาลีและสเปนได้อีกด้วย

“ความเสี่ยงของยุโรปขณะนี้คือ เศรษฐกิจยังคงอยู่ในภาวะถดถอย ซึ่งมีสาเหตุจากการปล่อยกู้ให้เอกชนที่ยังคงน้อยเกินไป” ออลองด์ กล่าว ขณะที่ผู้นำเยอรมนีก็ได้ย้ำชัดว่า สิ่งที่ยุโรปต้องการมากที่สุดขณะนี้คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจ

ด้าน จูเลียน แคลโลว์ นักเศรษฐศาสตร์จากบาร์เคลย์ส แคปปิตอล มองว่า ข้อเรียกร้องของดรากี สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปที่อ่อนแอ

เจ้าหน้าที่เยอรมนียังระบุว่า ข้อตกลงที่มุ่งสร้างความเติบโตนี้อาจถูกเพิ่มเข้าไปในข้อตกลงวินัยการคลังในลักษณะของภาคผนวก หรือเนื้อหาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ชาติสมาชิกยุโรป ยกเว้นอังกฤษและสาธารณรัฐเช็ก ได้ลงนามในข้อตกลงวินัยการคลังเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ประเทศสมาชิกจะต้องรัดเข็มขัดอย่างหนักเพื่อแก้ไขและป้องกันการลุกลามของวิกฤตหนี้

ทว่า นักวิเคราะห์มองว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีดังกล่าวไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาวที่ถูกต้อง ซึ่งเห็นได้จากสถานการณ์ของยุโรปที่ยังคงย่ำแย่ โดยสเปนกลายเป็นประเทศล่าสุดที่ส่อเดินตามรอยกรีซ ขณะที่เนเธอร์แลนด์ก็กำลังประสบปัญหาเช่นกัน โดยล่าสุดรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ตัดสินใจลาออก หลังการเจรจาผลักดันมาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหม่ล้มเหลว

วันเดียวกัน เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัว โดยได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้จากเดิม 2.2-2.7% เพิ่มเป็น 2.4-2.9% พร้อมประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 00.25% ถึงปี 2557 โดยไม่ได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน เบอร์แนนคี ยังปรับลดคาดการณ์อัตราว่างงานจากเดิมที่ระดับ 8.2-8.5% เหลือ 7.88%

“การเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับปานกลางในช่วง 2-3 ไตรมาสข้างหน้านี้ และหลังจากนั้นก็จะเริ่มเติบโตในอัตราที่เร็วขึ้น” เบอร์แนนคี กล่าว

ทว่า เฟด เปิดเผยว่า พร้อมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากจำเป็นในกรณีที่เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

“เราจะไม่รีรอที่จะนำแผนต่างๆ มาใช้เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และควบคุมอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงเกินเป้า” เบอร์แนนคี กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดสิ้นสุดลง โดยย้ำชัดว่าเฟดไม่ปิดโอกาสที่จะทุ่มซื้อพันธบัตรรอบใหม่อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ แม้จะส่งสัญญาณว่าพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ แต่ผู้กำหนดนโยบายของเฟดก็ยังคงไม่ประกาศงัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในขณะนี้ เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ สร้างความผิดหวังให้กับบรรดานักลงทุนที่มองว่าอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ ประธานเฟดออกโรงเตือนว่าเฟดไม่สามารถกู้วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐได้เพียงลำพัง โดยชี้ว่าสมาชิกสภาคองเกรสจำเป็นต้องออกนโยบายด้านการคลังเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านการคลังในระยะยาว และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น และขณะเดียวกันยังเตือนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตลาดการเงินโลก

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งกล่าวภายหลังแถลงการณ์ของ เบอร์แนนคี ว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งจากวิกฤตหนี้ยุโรปและสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างโลกตะวันตกกับอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง

“เรายังคงเผชิญความเสี่ยง เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความอันตรายและความไม่แน่นอน โดยภายในช่วงปลายปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงเผชิญวิกฤตการคลังครั้งใหญ่ ซึ่งคือการหมดอายุพร้อมกันของมาตรการลดภาษีพร้อมกับมีการลดค่าใช้จ่ายมหาศาลทั่วทุกภาคส่วน” ไกธ์เนอร์ กล่าว

ทว่ารัฐมนตรีคลังสหรัฐมองว่า แม้วิกฤตดังกล่าวจะนำมาซึ่งความเสี่ยงมากมาย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสดีที่สมาชิกสภาทั้งสองพรรคจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันในเรื่องนโยบายปฏิรูปการคลัง

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล