
หั่นคาดการณ์ศก.จีนชี้วิกฤตอียูฉุดส่งออก
เวิลด์แบงก์ หั่นคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจจีน เหตุส่งออกซบเซา ชี้รัฐบาลต้องพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มั่นใจปีหน้าเศรษฐกิจมังกรดีดตัว
เวิลด์แบงก์ หั่นคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจจีน เหตุส่งออกซบเซา ชี้รัฐบาลต้องพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มั่นใจปีหน้าเศรษฐกิจมังกรดีดตัว
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประกาศปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจจีนในปีนี้ จากระดับ 8.4% เหลือ 8.2% โดยอ้างปัจจัยด้านการชะลอตัวลงของการบริโภคภายในประเทศ และความต้องการสินค้าจีนจากตลาดภายนอกที่ซบเซา ท่าม กลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว พร้อมออกโรงเตือนว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้อาจจะชะลอตัวมากที่สุดในรอบกว่า 13 ปี
“ขณะนี้มีแนวโน้มสูงที่เศรษฐกิจจีนจะหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรง (ฮาร์ดแลนดิง) ได้ แต่ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวอย่างรวดเร็วนั้นก็ยังคงสูงเช่นกัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น รัฐบาลก็จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย และกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชน” เวิลด์แบงก์ กล่าว โดยย้ำว่าการลดอัตราดอกเบี้ยควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น เนื่องจากอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังออกโรงเตือนอีกว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกนั้น จะกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน หลังช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 เศรษฐกิจจีนที่ร้อนแรงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รัฐบาลจีนจึงพยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจ โดยหันมาพึ่งอุปสงค์ภายในประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการพึ่งพาภาคส่งออกและการลงทุน
ทว่า นักวิเคราะห์มองว่าการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งนี้จะต้องใช้เวลาหลายปี รวมทั้งต้องมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ภาษี และสวัสดิการสังคมอีกด้วย
อโดร แฮนสัน นักเศรษฐศาสตร์ของเวิลด์แบงก์ แสดงความเห็นว่า รัฐบาลจีนจะต้องวางแผนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างระมัดระวัง โดยจะต้องคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวและเป้าหมายต่างๆ
อย่างไรก็ตาม เวิลด์แบงก์แสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจแดนมังกรจะขยายตัวถึง 8.6% ในปีหน้า
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยอดขาดดุลการค้าของจีนทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2532 ภายหลังตัวเลขส่งออกหดตัวและการนำเข้าพุ่งสูงขึ้น







