posttoday
กูรูเตือนเอเชียปรับนโยบายรับเงินเฟ้อหลังราคาน้ำมันพุ่ง

กูรูเตือนเอเชียปรับนโยบายรับเงินเฟ้อหลังราคาน้ำมันพุ่ง

12 เมษายน 2555

นักวิเคราะห์ชี้เอเชียเริ่มผ่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังราคาน้ำมันพุ่งส่อดันเงินเฟ้อตาม ด้านเอดีบียันเศรษฐกิจเอเชียยังแกร่ง

นักวิเคราะห์ชี้เอเชียเริ่มผ่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังราคาน้ำมันพุ่งส่อดันเงินเฟ้อตาม ด้านเอดีบียันเศรษฐกิจเอเชียยังแกร่ง

บลูมเบิร์ก เปิดเผยรายงาน เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ซึ่งระบุว่า บรรดาชาติต่างๆ ในเอเชียเตรียมผ่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางความวิตกกังวล ว่าอัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นถึง 18% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย รัฐบาลชาติต่างๆ ในเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในขณะนี้ จึงต้องปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงในประเทศตาม ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคเริ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดจีนเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค. สูงขึ้น 3.6% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 3.2%

ขณะเดียวกันหลายประเทศต้องผ่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ได้งัดออกมาใช้ก่อนหน้านี้ เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

กูรูเตือนเอเชียปรับนโยบายรับเงินเฟ้อหลังราคาน้ำมันพุ่ง

 

ทั้งนี้ ช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จีนซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ ได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่ถึง 6 สัปดาห์ เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ ไต้หวันและเวียดนาม ซึ่งต่างก็ได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเช่นกันในปีนี้

“ขณะนี้ชาติต่างๆ ยังคงใช้นโยบายระยะสั้นในการรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อ ทว่าหากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศก็อาจต้องหันมาใช้มาตรการระยะยาวเพื่อควบคุมราคาสินค้าแทน” นักเศรษฐศาสตร์ จากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) กล่าว

ด้าน วิษณุ วาราธาน นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารมิซูโฮ ในสิงคโปร์ มองว่า ปัญหาเงินเฟ้อจะน่าวิตกมากหากราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงถึง 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เหมือนสมัยวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2551

ผู้เชี่ยวชาญจึงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซียจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในวันนี้ ที่ 5.75% หลังอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับปากีสถานและเกาหลีใต้ในวันพรุ่งนี้ ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ก็มีแนวโน้มที่จะไม่ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมใดๆ ในช่วงสัปดาห์นี้เช่นกัน

ขณะที่ไทยและมาเลเซียก็ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยแล้วช่วงเดือนที่ผ่านมา เวียดนามยังคงเป็นเพียงไม่กี่ชาติในเอเชียที่ยังคงเดินหน้าใช้นโยบายลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10เม.ย.ที่ผ่านมา เวียดนามได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน

อย่างไรก็ตาม ทางเอดีบียืนยันว่า ชาติเอเชียยังคงสามารถผ่อนและชะลอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เนื่องจากหากพิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคแล้ว ยังถือว่ามีอัตราการเติบโตในระดับที่แข็งแกร่งอยู่

ทว่า ก็ได้ออกโรงเตือนว่า การขึ้นราคาน้ำมันก็อาจจุดประกายความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเงินเฟ้อได้เช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลชาติต่างๆ ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ในเอเชียโดยเฉพาะอย่างยิ่งยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างจีนและญี่ปุ่น ได้เริ่มหันมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งท่าม กลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นการหั่นดอกเบี้ย หรือการลดเงินกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ในประเทศ

ดังนั้น นักวิเคราะห์จึงเตือนว่า ความเสี่ยงของปัญหาเงินเฟ้อก็อาจส่งผลให้รัฐบาลชาติต่างๆ ต้องออกนโยบายด้วยความระมัดระวังมากขึ้น โดยต้องมีความสมดุลระหว่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายการเงินแบบเข้มงวด

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง