
วิกฤตการเงินยุโรปส่อบานปลาย ไอซ์แลนด์เบี้ยวหนี้-กรีซค้านรัฐคุมงบ
โพสต์ทูเดย์
— ยุโรปวิกฤตหนักชาวไอซ์แลนด์ประกาศลั่นไม่ยอมจ่ายหนี้คืนอังกฤษกับเนเธอร์แลนด์ ส่วนที่กรีซเสียงแตกหนักหลังรัฐบาลใช้มาตรการคุมหนี้วิกฤตการเงินของยุโรปทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อชาวไอซ์แลนด์ถึง 93.6% ลงประชามติไม่ยินยอมให้รัฐบาลชำระหนี้สินของธนาคารไอซ์เซฟให้กับอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ เป็นจำนวนเงินถึง 3,900 ยูโร (ราว 1.8 แสนล้านบาท) เนื่องจากไม่สามารถยอมรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากได้ ซึ่งผลการลงประชามติครั้งนี้เป็นไปตามที่คาดไว้ แต่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความน่าเชื่อถือของไอซ์แลนด์
ด้านผู้นำไอซ์แลนด์แสดงความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับการชำระหนี้ นายกรัฐมนตรี โจฮันนา ซีกูร์ดาร์ดอตตีร์ แสดงความเห็นว่า การลงประชามติในครั้งนี้ไม่มีประโยชน์ และจะไม่ใช้สิทธิออกเสียงของตน ขณะที่ประธานาธิบดี โอลาฟูร์ แรกนาร์ กริมส์สัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการลงคะแนนเสียงชี้ว่า ประชามติครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของสาธารณชน
“
ภายหลังการลงประชามติครั้งนี้ จะเป็นหน้าที่ของเราที่จะเริ่มกระบวนการยุติการเจรจา” นายกรัฐมนตรีซีกูร์ดาร์ดอตตีร์ กล่าวทั้งนี้ มติของชาวไอซ์แลนด์ที่ปฏิเสธการชำระหนี้ให้อังกฤษและเนเธอร์แลนด์ อาจยังผลให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระงับความช่วยเหลือทางการเงินให้กับไอซ์แลนด์เป็นจำนวนเงิน 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.9 หมื่นล้านบาท) หลังจากฐานะทางการเงินของประเทศนี้ต้องพังพินาศลงจากวิกฤตการเงินโลก
นอกจากนี้ ผลประชามติที่ออกมา อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามของไอซ์แลนด์ที่จะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) และกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร หรือยูโรโซน เนื่องจากไอซ์แลนด์จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือจากอียู ในกรณีที่เกิดวิกฤตการเงินขึ้นซ้ำ
ด้านประเทศเจ้าหนี้อย่างเนเธอร์แลนด์และอังกฤษระบุว่า การลงประชามติครั้งนี้เป็นกิจการภายในของไอซ์แลนด์ ทว่า ทั้งสองประเทศพร้อมที่จะเริ่มการเจรจาการชำระหนี้กับรัฐบาลไอซ์แลนด์อีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงท่าทีของทั้งสองประเทศที่จะไม่คล้อยตามประชามติของชาวไอซ์แลนด์
ทั้งนี้ รัฐบาลไอซ์แลนด์ต้องแบกรับภาระทางการเงินและหนี้สินของไอซ์เซฟ ซึ่งเป็นธุรกิจรับฝากเงินของธนาคารแลนด์แบงสกี หนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ หลังจากไอซ์แลนด์เกือบต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2551 ทว่า ชาวไอซ์แลนด์คัดค้านการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะจ่ายหนี้ของไอซ์เซฟคืนให้กับอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ โดยอ้างว่า รัฐบาลไม่ควรช่วยเหลือธนาคารเอกชนที่จุดชนวนวิกฤตจนประเทศเกือบล่มสลายทางการเงิน
ด้านสถานการณ์หนี้ของกรีซยิ่งทวีความรุนแรงหลังจากรัฐบาลใช้มาตรการควบคุมงบประมาณอย่างเข้มงวด ยังผลให้เกิดกระแสไม่พอใจลุกลามไปทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนัดหยุดงานและการชุมนุมประท้วงของสหภาพแรงงานหลายแห่ง ยังผลให้เกิดความรุนแรงขึ้นในพื้นที่หลายจุดของกรุงเอเธนส์นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
ล่าสุด ผลสำรวจความเห็นโดย คาปา รีเสิร์ช พบว่าความเห็นของชาวกรีซแตกออกเป็น 2 ฝ่าย เกี่ยวกับการใช้มาตรการที่เข้มงวดของรัฐบาลในการควบคุมหนี้สินก้อนมหาศาล โดยสัดส่วนของผู้ที่เห็นด้วยกับรัฐบาลอยู่ที่ 46.6% ขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยอยู่ที่ 47.9% ขณะที่การสำรวจโดย อัลโค พบว่า ชาวกรีซถึง 50% ไม่พอใจกับมาตรการของรัฐบาล ขณะที่อีก 41% มีความเห็นด้านบวก
ผลสำรวจที่ออกมา ตอกย้ำให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญที่จะขัดขวางไม่ให้รัฐบาลกรีซสามารถควบคุมวินัยทางการเงินได้อย่างสะดวก ซึ่งรวมถึงการใช้มาตรการขึ้นภาษี ลดเงินโบนัสในหน่วยงานราชการ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า เศรษฐกิจของกรีซจะเผชิญกับความเสี่ยงอย่างรุนแรงในอีกหลายเดือนต่อจากนี้
“
ทางเลือกของกรีซในขณะนี้ก็คือ ประเทศล่มสลาย หรือต้องช่วยเหลือประเทศ” อันเดรียส โลเวอร์ดอส รัฐมนตรีแรงงานของกรีซกล่าวด้านนายกรัฐมนตรี จอร์จ ปาปันเดรอู แห่งกรีซเดินสายขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป และสหรัฐ โดยล่าสุดมุ่งหน้าไปยังกรุงปารีสของฝรั่งเศสเพื่อเข้าพบกับประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้นำฝรั่งเศสได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือกรีซอย่างถึงที่สุด หากสถานการณ์หนี้ที่สูงถึง 3 แสนล้านยูโร (ราว 14.1 ล้านล้านบาท) ยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิม
จากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับกรีซ ทำให้หลายประเทศแสดงความเห็นเกี่ยวกับการรับมือวิกฤตในอนาคต วอล์ฟกัง ชอยเบล รัฐมนตรีคลังของเยอรมนีเสนอให้ยุโรปจัดตั้งหน่วยงานทางการเงินในลักษณะเดียวกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หรือกองทุนการเงินแห่งยุโรป (อีเอ็มเอฟ) เพื่อสะสางวิกฤตการเงินในลักษณะเดียวกับที่กำลังเกิดขึ้นกับกรีซ
“
เราไม่ได้กำลังวางแผนเพื่อผลักดันองค์กรที่เป็นคู่แข่งกับไอเอ็มเอฟ แต่เพื่อเสถียรภาพภายในของกลุ่มยูโรโซน เราจำเป็นจะต้องมีองค์กรที่มีประสบการณ์และอำนาจแบบเดียวกับไอเอ็มเอฟ” ชอยเบล กล่าวพร้อมเปิดเผยว่า จะเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวในเร็วๆ นี้นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังของเยอรมนียังเสนอแนะว่า กลุ่มประเทศยูโรโซนทั้ง 16 ประเทศควรจัดการกับวิกฤตการเงินของกรีซโดยไม่จำเป็นจะต้องขอรับความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังเยอรมนียังแสดงความกังวลเกี่ยวกับค่าเงินยูโรที่กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตกรีซ โดยชี้ว่า ทุกฝ่ายไม่ควรปล่อยให้เงินยูโรตกเป็นเป้าโจมตีของนักเก็งกำไร







