posttoday
เมื่อ ‘เอลนินโญ’ อาละวาด ผืนดินเวียดนามก็แตกระแหง...

เมื่อ ‘เอลนินโญ’ อาละวาด ผืนดินเวียดนามก็แตกระแหง...

07 มีนาคม 2553

 

โดย ทีมข่าวต่างประเทศ

แม้จะยังไม่ย่างเข้าสู่เดือน เม.ย. อันเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดแห่งปี แต่หลายประเทศในอุษาคเนย์ก็เริ่มเห็นสัญญาณแห่งวิกฤตการณ์ภัยแล้งที่คืบคลานเข้ามาสร้างความเสียหายอันเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น หนึ่งในนั้นคือเวียดนาม แม่น้ำ 2 สาย อันเป็นสายเลือดสำคัญของประเทศกำลังแห้งเหือดเหลือแต่ภาพดินแตกระแหงสังเวยวิกฤตแล้งไปแล้ว

นิตยสารไทม์ส นิตยสารชื่อดังจากสหรัฐ รายงานว่า แม้ว่าในยามฤดูแล้งตามปกติถึงระดับน้ำในแม่น้ำแดงลำน้ำสายใหญ่ทางตอนเหนือจะลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก แต่กระนั้นเกษตรกรหรือชาวประมงก็ยังสามารถที่พอจะนำเรือเข้าเทียบท่าหรือล่องผ่านได้

แต่นั่นไม่ใช่สำหรับปีนี้...

ฤดูแล้งนี้ในปีเสือร้อนแรงกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมาในรอบศตวรรษ เกษตรกรเวียดนามทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าเฝ้ามองอากาศที่ร้อนระอุ บวกกับฝนที่ขาดหายไปอย่างผิดปกติ ทำให้ลำน้ำค่อยๆเหือดแห้งจนกระทั่งเห็นผืนน้ำจนเห็นก้นบึ้งอย่างชัดเจน

“ถ้าฝนยังไม่เทลงมาบ้าง ต้นอ่อนของข้าวที่เพิ่งหว่านลงไปต้องแห้งตายทั้งหมด” อู่ ธิ ไหล เกษตรกรรุ่นลายครามวัย 59 ปี กล่าวพร้อมกับสีหน้าที่หวาดหวั่นวิตกกับภาพความเหือดแห้งของแม่น้ำแดง ที่เธอเห็นอยู่ทุกวัน

สอดคล้องกับ เหวียน หว่าน ไห่ ชาวนาในพื้นที่ที่เขายอมรับว่า ไม่เคยเห็นระดับน้ำในแม่น้ำแดงลดลงมากขนาดนี้มาก่อน

จากรายงานล่าสุดของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางของเวียดนาม ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือของเวียดนาม พบว่าเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ระดับน้ำในแม่น้ำแดงซึ่งมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาทางตอนใต้ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน มีระดับน้ำลดลงมาอยู่ที่ 0.76 เมตร และลดลงเรื่อยๆ เหลือเพียง 0.68 เมตร ในเดือน มี.ค. ปีนี้ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 108 ปี นับตั้งแต่มีการบันทึกไว้เมื่อปี 1902 เป็นต้นมา

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะฝนได้ทิ้งช่วงนานถึง 7 เดือนแล้ว คือเริ่มต้นตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่ผ่านมา อีกทั้งอุณหภูมิโดยทั่วไปในประเทศยังสูงขึ้น ความแห้งแล้งจึงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่

เหวียน ลาน โจว์ รองผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนให้รู้ว่า เวียดนามกำลังเผชิญกับภัยแล้งครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ภัยแล้งกำลังคืบคลานไปในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือยังเริ่มเกิดไฟป่าขึ้นทั่วไป และคาดว่าสภาพร้อนและแห้งแล้งนี้อาจลุกลามไปยังพื้นที่ป่าทางตอนใต้ด้วย

ส่วนพื้นที่ทางภาคกลางของเวียดนามเองก็ประสบกับคลื่นความร้อนเช่นกัน เป็นผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของแมลงทำลายนาข้าวระบาดในพื้นที่เพาะปลูกหลายสิบล้านตารางเมตร

ที่ผ่านมาแม้ว่าพื้นที่บริเวณตอนเหนือของประเทศจะมีการสร้างเขื่อนพลังน้ำเพื่อกักเก็บน้ำในช่วงมรสุมอันเป็นส่วนหนึ่งของระบบชลประทานเพื่อปันน้ำให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ว นอกเหนือจากใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ทว่าระดับน้ำในเขื่อนหลายแห่งก็ลดลงอยู่ในขั้นวิกฤต

รัฐบาลซึ่งเป็นเจ้าของกิจการไฟฟ้าจำเป็นต้องเลือกการกักน้ำไว้ใช้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนกระแสไฟฟ้าในประเทศซึ่งมีความสำคัญมากกว่า

อย่างไรก็ตาม แม้พื้นที่บริเวณปากแม่น้ำแดงจะเข้าขั้นวิกฤต แต่กลับปรากฏว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์แล้งนี้มากที่สุด คือพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง...

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศปรากฏว่ามีระดับน้ำลดลงต่ำสุดในรอบ 20 ปี ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชากร 10 ล้านคนที่ต้องอาศัยอู่ข้าวอู่น้ำแห่งนี้สำหรับประกอบอาชีพเกษตร ประมง และใช้ในการขนส่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิกฤตแล้งในบริเวณดังกล่าวรุนแรงที่สุด นอกเหนือจากการขาดแคลนน้ำ นั่นคือเกลือที่ปกคลุมหน้าดินพื้นที่เพาะปลูก ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเตรียมไถ่กลบพื้นที่สำหรับเพาะปลูกรอบใหม่ได้

ทั้งนี้เกลือเหล่านี้เกิดขึ้นตามสภาพของภาวะแล้งของลำน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากภาวะน้ำทะเลหนุนเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งจนถึงขณะนี้มีรายงานว่าน้ำกร่อยได้ทะลักเข้ามาลึกจากปากแม่น้ำถึงกว่า 60 กม. แล้ว

นับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา พื้นที่บริเวณลุ่มน้ำโขงนี้เป็นแหล่งสร้างรายได้มหาศาลให้กับประชาชนในพื้นที่ เป็นแหล่งเกษตรกรรมตลอดปี ปลูกข้าวได้ในฤดูฝน ทำนากุ้งน้ำกร่อยในช่วงหน้าแล้ง และยังมีการสร้างประตูกั้นน้ำเพื่อกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม จากรายงานการวัดระดับน้ำในแม่น้ำโขง มหานทีภูมิภาคอินโดจีนอย่างแม่น้ำโขง พบว่ามีปริมาณน้ำต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นที่คาดการณ์ของหลายฝ่ายว่า ปัญหาแล้งที่ลุ่มน้ำโขงนี้จะส่งผลต่อชีวิตประชากรหลายล้านคนใน 6 ประเทศที่อยู่ริมฝั่งโขง ได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม พม่า กัมพูชา และจีน

ดั่ม ฮว่า บิ่ง รองอธิบดีกรมชลประทานภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท แสดงความเห็นว่า ภาพความอุดมสมบูรณ์ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงกำลังจะเหือดหายไปเหมือนกับกระแสน้ำ ตราบที่ความแห้งแล้งยังปกคลุมประเทศ เขื่อนไม่สามารถกักเก็บน้ำฝนได้ในปริมาณที่พอเหมาะที่จะแจกจ่ายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จนเป็นที่หวั่นเกรงว่าผลผลิตในปีนี้ของประเทศจะตกต่ำลงอย่างน่าตกใจ

“สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือพยายามสร้างระบบชลประทานที่แข็งแกร่ง เพื่อรับมือและป้องกันกระบวนการการสะสมเกลือตามหน้าดิน แต่ต้องยอมรับว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ยากที่สุดที่เกิดขึ้นในรอบ 100 ปี” บิ่ง กล่าว

เอียน ไวเดอร์สปิน ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเทคนิคสำหรับการจัดการเตือนภัยพิบัติ โครงการพัฒนาของสหประชาชาติประจำกรุงฮานอย กล่าวว่า วิกฤตแล้งที่เวียดนามกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงปรากฏการณ์เอลนินโญ ที่จะทำให้สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ รวมทั้งภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน

แต่ที่ผ่านมาเวียดนามเองยังไม่ตื่นตัว เวียดนามยังคงมีเพียงแผนเฝ้าระวังและรับมือกับอุทกภัยและพายุไต้ฝุ่นประจำปีที่มักสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศเท่านั้น

“ภาวะร้อนและแห้งแล้งนี้ ถือเป็นมหันตภัยเงียบที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ฝังรากปัญหาได้ยาวนาน ที่สำคัญคือมันสามารถสร้างผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของประชากรได้อย่างลึกซึ้ง” เอียน กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าภาคเหนือของเวียดนามน่าจะมีฝนตกลงมาในปลายเดือนนี้ ส่วนในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศคงต้องรอไปจนกระทั่งถึงเดือน ส.ค.

แต่อาจจะไม่ทันการณ์ หากต้นกล้าของข้าวในนาแห้งตายไปพร้อมกับสายน้ำจนหมดสิ้น...

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์