
ศก.จีนฉุดตลาดโภคภัณฑ์
นักวิเคราะห์เตือนผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เสี่ยงได้รับผลกระทบหนักจากการที่เศรษฐกิจจีนเข้าสู่ภาวะซอฟต์แลนดิง
นักวิเคราะห์เตือนผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เสี่ยงได้รับผลกระทบหนักจากการที่เศรษฐกิจจีนเข้าสู่ภาวะซอฟต์แลนดิง
บลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ ซึ่งระบุว่า แม้เศรษฐกิจจีนจะรอดจากการเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรง หรือ “ฮาร์ดแลนดิง” ทว่าการที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะการชะลอตัวอย่างนุ่มนวล หรือ “ซอฟต์แลนดิง” อาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก เนื่องจากที่ผ่านมาต่างต้องพึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจอันร้อนแรงของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์
รายงานระบุว่า ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับผลประโยชน์จากความร้อนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตสูงเกิน 9% ต่อปี
ทว่าปัจจุบันเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัว โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้หั่นเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้เหลือ 7.5% จากเดิม 8%
ขณะเดียวกัน ยังประกาศเดินหน้าใช้มาตรการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ และหันมากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการลงทุน ส่งผลให้การผลิต เหล็ก ปูนซีเมนต์ และแร่เหล็ก ลดลงราว 20% จากที่เคยพุ่งสูงเมื่อปีก่อน
ทั้งนี้ ราคาทองแดงในตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งเป็นประเทศที่บริโภคทองแดงมากที่สุดในโลก ร่วงลงสู่ระดับ 48.1 ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบกับระดับ 49.6 ของเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นการหดตัวลงติดต่อกัน 5 เดือน
“ความคิดที่ว่า การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์เป็นการลงทุนที่มีแต่ได้ไม่มีเสียนั้น ได้สิ้นสุดลงแล้ว” ทิม คอนดอน ผู้อำนวยการไอเอ็นจี ไฟแนนเชียล มาร์เก็ตส์ กล่าว
ด้านบริษัท บีเอชพี บิลลิตัน ผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบรายใหญ่จากออสเตรเลีย และบริษัท เกลนคอร์ อินเตอร์เนชันแนล ของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน เปิดเผยว่า ในปีนี้ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 20% จากเมื่อปีก่อน







