posttoday
วิกฤตหนี้กรีซฉายซ้ำ 'ต้มยำกุ้ง' ภาคยุโรป

วิกฤตหนี้กรีซฉายซ้ำ 'ต้มยำกุ้ง' ภาคยุโรป

06 มีนาคม 2553

...ทีมข่าวต่างประเทศ

เศรษฐกิจของกรีซทั้งประเทศอาจถือว่าไม่ได้ใหญ่โตมากนัก โดยเทียบขนาดได้เท่ากับเพียงแค่รัฐแมสซาชูเซตส์ ในสหรัฐ และประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออกไปถึง 5,139 ไมล์ ก็ถือเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากสหรัฐรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 63

ทว่า แม้ตัวเลขดังกล่าวจะบ่งชี้ถึงความห่างไกลของเศรษฐกิจทั้งสองประเทศ แต่วิกฤตการณ์หนี้ในกรีซนั้น กลับถือเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจสร้างความเสี่ยงใหม่ต่อเขตเศรษฐกิจสหรัฐได้มากอย่างที่ใครอาจคาดไม่ถึง และอาจเทียบได้กับวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ที่ปัญหาในประเทศเดียว กลับบานปลายเป็นปัญหาระดับโลก

วอชิงตัน โพสต์ รายงานอ้างมุมมองของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั้งในภาครัฐและเอกชน ซึ่งต่างก็มองเห็นสัญญาณอันตรายจากวิกฤตการณ์หนี้ของกรีซ และยังอาจเป็นคลื่นแห่งความโกลาหลรอบใหม่สำหรับเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกด้วย

เพราะต้องไม่ลืมว่ารูปแบบการลงทุนอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก คือการลงทุนในตราสารหนี้ของรัฐ และปัจจุบันนี้ บรรดานักลงทุนก็ได้ทุ่มเงินมหาศาลไปกับการซื้อพันธบัตรของรัฐบาลทั่วโลก เพราะมองว่าเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าสถานการณ์ของโลกจะเป็นอย่างไรก็ตาม ซึ่งช่วยให้หลายประเทศขนาดใหญ่สามารถใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ และกระตุ้นให้เศรษฐกิจในบ้านสามารถฟื้นตัวจากภาวะถดถอยได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของกรีซกำลังทำให้ความมั่นใจในรูปแบบการลงทุนดังกล่าวต้องสั่นคลอนลง

เพราะหากประเทศนั้นๆ ประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ จนไม่สามารถชำระหนี้ หรือสุ่มเสี่ยงจนเกือบจะผิดนัดชำระหนี้ขึ้นมา ความมั่นคงและมั่นใจในการลงทุนกับตราสารหนี้ของรัฐก็จะสั่นคลอนลงทันที และวิกฤตการณ์ของกรีซยังทำให้นักลงทุนต้องหันมาทบทวนรูปแบบเดียวกันนี้กับพันธบัตรในประเทศอื่นๆ อาทิ สเปน และอิตาลี ซึ่งมีปัญหาหนี้สาธารณะในระดับที่สูงไม่แพ้กัน และแม้แต่การลงทุนในพันธบัตรของอังกฤษ หรือสหรัฐ ก็ยังไม่แน่ว่าจะปลอดภัยเสมอไปด้วย

เมื่อนักลงทุนเจอกับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องเรียกร้องถึงดอกเบี้ยจากเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้รัฐบาลต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องสะดุดลง โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ ประชาชนต้องเจอกับดอกเบี้ยบ้านที่สูงขึ้น ขณะที่ภาคเอกชนนั้นก็ต้องเจอดอกเบี้ยที่แพงขึ้นในการกู้ยืมเงินมาลงทุน

ยิ่งไปกว่านั้น นักวิเคราะห์บางรายยังให้ภาพที่น่ากลัวยิ่งไปกว่า โดยยกกรณีของกรีซ ขึ้นเปรียบเทียบกับ “วิกฤตการณ์สินเชื่อซับไพรม์” ซึ่งทำให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า ปัญหาซับไพรม์ที่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของเศรษฐกิจในภาพรวมนั้น ได้ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินไปทั่วโลก และนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยมาแล้ว

จึงไม่น่าแปลกใจที่วิกฤตการณ์หนี้ในกรีซอาจนำไปสู่ปัญหาในขอบเขตที่กว้างกว่า ไกลกว่า และรุนแรงยิ่งกว่า ในระดับทั่วทั้งโลกได้เช่นเดียวกัน

วอชิงตัน โพสต์ ยังให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นด้วยการหยิบยกกรณีสุดคลาสสิก “วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง” ในประเทศไทย มาเป็นตัวอย่างว่า ปัญหาในประเทศหนึ่งสามารถขยายวงเป็นปัญหาใหญ่ในระดับภูมิภาคได้อย่างไร หลังจากที่ปัญหาหนี้สาธารณะในไทยได้ขยายวงไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลุกลามเป็นวิกฤตการณ์การเงินในเอเชียในปี 2540–2541

“กรีซก็คือประเทศไทยเมื่อปี 2540 และซับไพรม์เมื่อปี 2550” โรเบิร์ต เอช ดักเกอร์ จากบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ฮันโนเวอร์ อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป ในสหรัฐ กล่าว

แม้ว่าปัญหานี้จะยังไม่ลุกลามออกจากกรีซ และนักวิเคราะห์โดยทั่วไปก็มองว่าเป็นปัญหาที่ยังควบคุมได้ไม่น่าจะบานปลายออก ไป ทว่า หากลองได้กระจายออกไปแล้วก็ยากที่จะควบคุมได้ ดังนั้น นักวิเคราะห์บางรายจึงเชื่อว่าปัญหาที่ว่าจะไม่ลุกลามออกจากกรีซ และจะขยายไปถึงชาติยุโรปเพียงบางประเทศเท่านั้น เพราะรัฐบาลกรีซและกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) คงไม่ปล่อยให้เกิดกรณีเลวร้ายขึ้น

เช่นเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐส่งสัญญาณเงียบๆ ก่อนหน้านี้ กับสารที่แสดงถึงความคาดหวังว่า ยุโรปจะสามารถควบคุมปัญหาดังกล่าวได้ และหากถึงกับต้องโอบอุ้มกันจริง ก็เชื่อว่าชาติยุโรปจะไม่ทิ้งกรีซอย่างแน่นอน

ปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ และทำให้รัฐบาลสหรัฐกู้ยืมได้ในต้นทุนที่ถูก ทว่า นักลงทุนได้เคลื่อนย้ายเงินทุนกลับมาลงทุนกับดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในยุโรป

และแม้ข่าวล่าสุดที่รัฐบาลกรีซสามารถจำหน่ายพันธบัตร 10 ปี มูลค่า 5,000 ล้านยูโร ได้หมด ทว่าหากวิกฤตการณ์ความเชื่อมั่นยังคงบานปลายไปในหลายประเทศยุโรป ปัญหานี้ก็จะกลายเป็นประเด็นใหญ่ระดับภูมิภาคไปด้วยอย่างแน่นอน เนื่องจากรูปแบบทางเศรษฐกิจของชาติในยุโรปที่เกี่ยวพันกันภายใต้การรวมกลุ่มสหภาพยุโรป และยูโรโซน ซึ่งยังเกี่ยวพันไปยังเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกในวงกว้างด้วย

ภายใต้ระบอบโลกาวิภัตน์ที่เราสามารถสื่อสารกันแบบเรียลไทม์ระหว่าง นิวยอร์กกรุงเทพฯดูไบ ด้วยแบล็คเบอร์รี่ ภาพของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกในวันนี้ ก็เชื่อมถึงกันได้อย่างง่ายดายแทบไม่ต่างกัน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์