
ยุทธศาสตร์ ‘สตรอเบอร์รี’ ...
โดย...เพียงออ วิไลย
โดย...เพียงออ วิไลย
เมื่อวานนี้ มีเพื่อนคนหนึ่งโทร.มาบอกว่า ที่บ้านอยากจะไปเที่ยวเกาหลี เลยปรึกษาว่าจะไปไหนดี เป้าหมายหนึ่งที่เขาตั้งไว้ คือ “อยากจะไปเก็บสตรอเบอร์รี” !!... อ้านะ เป็น งง ค่ะ ...สตรอเบอร์รี หรือ “ตาลกิ” ในเมืองไทยก็มีปลูก แต่ทำไมต้องไปเก็บที่เกาหลีด้วยล่ะ หลายๆ คนได้ฟังคงจะสงสัยใช่ไหมคะ ...สตรอเบอร์รีเกาหลีพันธุ์ดีมีรสชาติที่หอมหวาน กัดลงไปเนื้อฉ่ำ อร่อยจริงๆ ค่ะ แต่งานนี้มาแจ้งเกิดในวงการทัวร์ได้เพราะความ “แร๊งงง”... แรงจริงๆ สำหรับการโหมประชาสัมพันธ์และการทำงานที่แข็งขันของสำนักงานการท่องเที่ยวเกาหลี ซึ่งหยิบจับอะไร แม้แต่ต้นไม้ ใบหญ้า ผีเสื้อ ดินโคลน ก็กลายมาเป็นจุดขายให้นักท่องเที่ยวได้
ผู้อ่านที่เป็นแฟนคอลัมน์มานานคงจะจำเรื่องราวของเมือง “ฮัม-พยอง” กับเมือง “โบ-รยอง” ที่ “เชกา” เคยเล่าให้ฟังได้... ฮัม-พยอง สิบกว่าปีก่อนเป็นเพียงทุ่งหญ้าไร่นาป่าเขาในชนบท แต่เอาของดีท้องถิ่นมาปั้นจนกลายเป็นเมืองแห่งความฝันของผีเสื้อระดับโลก สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นในแง่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศไปปีหนึ่งๆ แค่ช่วงฤดูกาลเดียวหลายร้อยล้านบาท ส่วน โบ-รยอง ที่มีแต่เลนโคลนตามชายหาดเวิ้งว้าง กลับกลายเป็นเมืองแห่ง สปาโคลนธรรมชาติ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอาบโคลนกันในฤดูร้อนนับล้านคนเลยล่ะค่ะ...
บังเอิญว่า “เชกา” กำลังจะพาคุณแม่ไปเที่ยวเกาหลีพอดี เนื่องจากลูกสาวนั้น แม้ว่าจะเกี่ยวพันกับเกาหลีมากว่ายี่สิบปี แต่ไม่เคยพาท่านไปเลย จนสำนึกได้ว่า บัดนี้คุณแม่ก็อายุมากถึง 75 ปีแล้ว จะให้ท่านรอไปถึงไหน “การทำความดีนั้น ต้องทำทันที อย่ารอช้า” คิดได้แล้ว ก็คือฤกษ์ดี ซึ่งตรงกับพุทธคติ ที่ว่า “ฤกษ์ดีคือเวลาที่สัตว์โลกต้องการทำความดีนั่นแหละ” มิใช่ฤกษ์ที่ต้องไปขอใครให้จับยามสามตาที่ไหน จึงวางแผนไว้ว่าหยุดยาวสงกรานต์นี้ล่ะ ดีแน่นอน เพียงแค่คิดดีเท่านั้นก็ส่งผลให้พี่ชายประเดิมทุนทำความดีให้ทันที ให้พาแม่เที่ยวแบบไม่อั้น ตอนแรกกะว่าจะ Backpack ไปแบบที่ชอบๆ ประสาแม่ลูกเดินเที่ยวกันสองคน แต่กลับถูกฝูงชนประท้วงกันเซ็งแซ่ นำทีมโดยเพื่อนรักของคุณแม่วัย 74 ขวบ ร้องว่า “จะหนีไปกันสองคนได้ยังไง ไม่รู้ล่ะ ต้องพาเค้าไปด้วย ฮือๆ” ...โอ้...สุดท้ายจึงได้เกิดคณะทัวร์เฉพาะกิจขึ้น ประกอบด้วยหลานรักของป้าเชกา 2 คน 11 กับ 13 ขวบ (ก็ลูกของคนในโพสต์ทูเดย์นี่ล่ะค่ะ ฮ่าๆ) และครอบครัวเพื่อนรุ่นน้อง รวมเป็น 8 คน ...
จึงมานั่งจินตนาการดู มันคงจะปั่นป่วนกันพิลึก เพราะการดูแลต้องละเอียดถี่ถ้วนตามวัยมากวัยน้อย ทั้งเวลาเดินทาง พาหนะ อาหาร และที่นอน...มิน่าล่ะ แม้ว่าข้อมูลข่าวสารในโลกนี้จะเปิดกว้างสำหรับนักเดินทางให้สามารถไปไหนๆ ด้วยตัวเองได้ แต่บริษัททัวร์ก็ยังคงทำธุรกิจอยู่อย่างงอกงาม เพราะคนเดินทางมิได้มีเฉพาะวัยหนุ่มสาวเท่านั้น สำหรับผู้สูงอายุการใช้บริการจากบริษัททัวร์สะดวกกว่ามากมาย ดังนั้น “เชกา” จึงได้ติดต่อบริษัทของคนกันเอง และเมื่อได้สำรวจดูโปรแกรมเที่ยวแล้ว จึงพบว่า “ตัวการเร่งปฏิกิริยา Strawberry Mania” มิใช่ใครที่ไหน ก็คือ บริษัททัวร์ไทยเรานี่เองล่ะค่ะ เพราะทุกบริษัทบรรจุ “ไปเก็บสตรอเบอร์รี” ที่แสนจะหอมหวานฉ่ำอร่อยลงในทุกโปรแกรมที่ไปกรุงโซลในฤดูกาลท่องเที่ยวนี้... โถ เมืองไทยเป็นสวนสวรรค์ของคนรักผลไม้ คิดแล้วมันน่าน้อยใจนัก อยากจะตั้งบริษัททัวร์แข่งเอาคนเกาหลีมาปีนเก็บมะพร้าว เข้าสวนฉีกทุเรียนกินเองกับมือให้มันรู้กันไปซะ...
อย่างไรก็ตาม จะปฏิเสธความจริงที่สมควรจะชื่นชมไม่ได้เลยว่า แม้จำนวนชนิดของผลไม้และโอกาสของฤดูกาลที่สามารถปลูกจนเก็บดอกผลได้ในเกาหลีนั้นมีน้อยกว่าเรา เพราะความหนาวเย็นปีละ 6 เดือน แต่รัฐบาลเกาหลีก็สามารถนำเอา ยุทธศาสตร์สตรอเบอร์รี มาสร้างคุณค่าขายในโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวไทยปีละหลายหมื่นคนได้ไปเยือนถึงไร่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของแต่ละปี
“สตรอเบอร์รี” ที่แสนอร่อยและหอมหวาน ได้แก่ เจ้าพวกที่ออกผลในช่วงปลายฤดูหนาวต่อต้นฤดูใบไม้ผลินี่ล่ะค่ะ ศูนย์กลางการเพาะปลูกสตรอเบอร์รีพันธุ์ดีนั้น อยู่ที่เมือง โนนซาน ในจังหวัดชุนชองนัมโด ซึ่งจะมีเทศกาลใหญ่ระดับชาติเป็นประจำทุกปีในช่วงกลางเดือน เม.ย. ในงานมีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้หลายอย่าง รวมไปถึงการเก็บผลสตรอเบอร์รี ซึ่งที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ของเราก็จัดให้มี (อย่างเหงาๆ) ทุกปี... เห็นทีว่าความอร่อยในแนวคิดแบบเกาหลีคงจะไม่ได้อยู่ที่ต่อมรับรสบนปลายลิ้นเพียงที่เดียวซะแล้ว ... เกาหลีจะวางแผนให้ สตรอเบอร์รี มีความ “อร่อย” มากกว่ารสชาติจริงได้แค่ไหน... ติดตามตอนต่อไปค่ะ
หมายเหตุ ... หนังสือ “เกาหลีทีเด็ด” ฉบับรวมเล่ม 1 และ “เตรียมตัวไปเป็นเฟรชชี่ที่เกาหลี” จำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ และซีเอ็ด ทุกสาขา...
บรรยายภาพ
1.รู้ไหมว่าความอร่อยขั้นเทพของสตรอเบอร์รีเกาหลี ทำให้กลายเป็นสินค้าส่งออกมายังเอเชียตะวันออกเฉียงให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ...ข้อมูลจากสิงคโปร์ปีที่แล้วนำเข้าไปขายในประเทศ 1.2 ล้านกิโลกรัม มูลค่า 250 ล้านบาท
2.ป้ายประชาสัมพันธ์งานเทศกาลสตรอเบอร์รีปีนี้มี 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 1315 เม.ย. หยั่งกะรู้แน่ะว่า ช่วงนั้น ไทยแลนด์หยุดเทศกาลสงกรานต์ ทัวร์ไทยจึงแห่ไปกันสนามบินแทบแตก ทำเอาค่าทัวร์แพงกว่าปกติถึง 20% แน่ะค่ะ







