
‘เฟด’ชี้วิกฤตหนี้อียูเริ่มบรรเทา เตือนเร่งปฏิรูปสกัดหนี้ลุกลาม
เฟดเชื่อวิกฤตอียูเริ่มทุเลา เตือนผู้นำยุโรปเดินหน้าแก้หนี้ สกัดวิกฤตลามสหรัฐ
เฟดเชื่อวิกฤตอียูเริ่มทุเลา เตือนผู้นำยุโรปเดินหน้าแก้หนี้ สกัดวิกฤตลามสหรัฐ
เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) กล่าวต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่าด้วยเรื่องการปฏิรูปรัฐบาลและการดูแลความผิดพลาดเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า แม้ว่าตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา วิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปเริ่มคลี่คลายลง หลังกรีซสามารถดำเนินการรัดเข็มขัดเพื่อตัดลดหนี้ตามเงื่อนไขการรับเงินช่วยเหลือ และบรรลุแผนสวอปกับเจ้าหนี้ภาคเอกชนได้สำเร็จ ทว่า กองทุนตราสารทางการเงินของสหรัฐ ซึ่งทางยุโรปถือครองอยู่ราว 35% ยังคงเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ หากวิกฤตหนี้กลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
“แม้ว่าภาคการเงินและกองทุนตราสารการเงินของสหรัฐ มีเวลาที่จะปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากวิกฤตหนี้ยุโรป แต่หากวิกฤตหนี้กลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ภาคการเงินสหรัฐอาจต้องเผชิญกับทั้งปัญหาด้านการกู้ยืมและการลงทุน และสภาวะตลาดโลกที่ผันผวน ไปจนถึงภาวะต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนลดลง” เบอร์แนนคี กล่าว
พร้อมกันนี้ ประธานเฟดยังกล่าวเตือนผู้นำประเทศต่างๆ ในยุโรป ให้ดำเนินการตามนโยบายทางการเงินอันเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบธนาคารและสร้างเกราะป้องกันไม่ให้วิกฤตหนี้ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
ทั้งนี้ ทิโมธี ไกท์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดขึ้นกล่าวต่อคณะกรรมาธิการชุดเดียวกัน กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐรู้สึกพึงพอใจที่ผู้นำยุโรปสามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ทุกวิถีทางเพื่อควบคุมวิกฤตหนี้ไม่ให้กระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกัน รัฐสภากรีซอนุมัติเงื่อนไขการรับเงินช่วยเหลือรอบที่ 2 จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอ เอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป (อียู) มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.72 แสนล้านยูโร (6,810 ล้านบาท) เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ แล้วด้วยคะแนนเสียง 213 เสียงต่อ 79 เสียง ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาลระลอกใหม่ โดยเงินจำนวนดังกล่าวหมายถึงเงินส่วนที่เหลือจากแพ็กเกจเงินช่วยเหลืองวดแรกมูลค่า 1.1 แสนล้านยูโร และงวดที่สองมูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร







