posttoday
"เอเชีย" แชมป์นำเข้าอาวุธ อินเดียที่ 1-จีนเปลี่ยนแผนเน้นส่งออก

"เอเชีย" แชมป์นำเข้าอาวุธ อินเดียที่ 1-จีนเปลี่ยนแผนเน้นส่งออก

20 มีนาคม 2555

เอเชียขึ้นแท่นนำเข้าอาวุธสูงสุดในโลก อินเดียมาวินสวนทางจีนหันผลิตในประเทศ พร้อมส่งออกมากขึ้น

เอเชียขึ้นแท่นนำเข้าอาวุธสูงสุดในโลก อินเดียมาวินสวนทางจีนหันผลิตในประเทศ พร้อมส่งออกมากขึ้น

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดน (เอสไอพีอาร์ไอ) ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศ อาวุธยุทธภัณฑ์ และการปลดอาวุธทั่วโลก เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่า ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียมีการนำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์มากที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนรวมกันถึง 44% ของปริมาณการนำเข้าอาวุธทั่วโลก ในขณะที่ภูมิภาคยุโรปคิดเป็นสัดส่วน 19% ตะวันออกกลาง 17% อเมริกาเหนือและใต้ 11% และแอฟริกา 9%

อินเดียเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียที่นำเข้าอาวุธมากที่สุดในโลก ระหว่างปี 2550-2554 คิดเป็น 10% ของจำนวนอาวุธที่นำเข้าทั้งหมด รองลงมาคือเกาหลีใต้ 6% จีนและปากีสถาน 5% และสิงคโปร์ 4% โดยสัดส่วนนำเข้าอาวุธของทั้ง 5 ประเทศคิดเป็น 30% ของปริมาณนำเข้าอาวุธทั่วโลก

“ปริมาณการนำเข้าอาวุธชนิดหลักๆ ของอินเดียเพิ่มขึ้นถึง 38% ในระหว่างปี 2545-2549 และ 2550-2554 โดยเครื่องบินรบที่อินเดียสั่งซื้อมากเป็นพิเศษในช่วงปี 2545-2549 คือ เครื่องบินรบรัสเซีย รุ่น Su-30MK จำนวน 120 ลำ และรุ่น MiG-29K 16 ลำ และสั่งซื้อเครื่องบินรบ จากัวร์ เอส จากอังกฤษอีก 20 ลำ” รายงานระบุ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งกับอินเดียอยู่อย่างต่อเนื่อง นำเข้าอาวุธมากเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีการสั่งซื้อเครื่องบินรบรุ่น JF-17 จากจีนถึง 50 ลำ และเครื่องบิน F-16 อีก 30 ลำ โดยทั้งอินเดียและปากีสถานยังมีแนวโน้มที่จะสั่งซื้อรถถังจำนวนมากอีกด้วย

"เอเชีย" แชมป์นำเข้าอาวุธ อินเดียที่ 1-จีนเปลี่ยนแผนเน้นส่งออก

 

ปีเตอร์ วีซแมน นักวิจัยอาวุโสโครงการวิจัยว่าด้วยการโยกย้ายอาวุธของเอสไอพีอาร์ไอ ให้ความเห็นว่า ในขณะนี้ประเทศขนาดใหญ่ในเอเชียกำลังมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตอาวุธของตนเองอย่างแข็งขัน เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ดังที่เห็นได้จากจีน ซึ่งเคยเป็นประเทศที่นำเข้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลกระหว่างปี 2549-2550 ทว่าในปัจจุบันปริมาณการนำเข้าอาวุธของรัฐบาลปักกิ่งตกลงมาอยู่ที่อันดับ 4 ของโลก

รายงานระบุว่า ความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมผลิตอาวุธของจีนทำให้จีนลดการพึ่งพาการนำเข้าอาวุธจากต่างประเทศลง โดยจีนสามารถส่งออกอาวุธที่พัฒนาได้ไปยังต่างประเทศ โดยมีปากีสถานเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาวุธที่ผลิตในจีนยังไม่สามารถเข้าไปตีตลาดในประเทศอื่นๆ ได้เท่าที่ควร แต่จีนไต่อันดับขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกอาวุธอันดับ 6 ของโลก รองจากสหรัฐ รัสเซีย เยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ

นอกจากนี้ แม้ว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ประเทศในแถบตะวันออกกลางอย่าง ซีเรีย เวเนซุเอลา และโมร็อกโก มีปริมาณการสั่งซื้ออาวุธเพิ่มขึ้นถึง 580% 555% และ 443% ตามลำดับ ทว่าหากคิดเป็นสัดส่วนทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง ปริมาณการสั่งซื้ออาวุธลดลงถึง 8%

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าปริมาณการสั่งอาวุธในภูมิภาคดังกล่าวจะเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ อันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์อาหรับสปริง หรือคลื่นการปฏิวัติของประชาชนชาวอาหรับที่ลุกฮือกันขึ้นมาล้มล้างรัฐบาลเผด็จการ

ปริมาณการนำเข้าอาวุธของซีเรียเมื่อปี 2550-2554 เพิ่มมากขึ้นจากเมื่อช่วง 5 ปีก่อนถึง 6 เท่า โดยปริมาณอาวุธดังกล่าวถูกนำเข้ามาจากรัสเซียถึง 72% เพื่อเสริมกองกำลังให้กับกองทัพของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซัด ของซีเรีย เพื่อใช้ปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลจนกลายเป็นเหตุนองเลือดดังเช่นปัจจุบัน ถึงแม้ว่าสหรัฐและสหภาพยุโรปจะประกาศสั่งห้ามส่งออกอาวุธไปยังซีเรียก็ตาม

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด