
จีนจ่อกระตุ้นศก.อีกรอบ
แต่ชี้ต้องคิดให้รอบคอบก่อนใช้ เหตุมีเงื่อนไขให้ต้องคำนึงเยอะ
แต่ชี้ต้องคิดให้รอบคอบก่อนใช้ เหตุมีเงื่อนไขให้ต้องคำนึงเยอะ
แบงก์ชาติจีนลั่นยังมีศักยภาพพอที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินได้อยู่ แต่ย้ำต้องทำแบบช้าๆ เหตุปัจจัยให้ต้องคิดคำนึงมีอยู่อีกมาก
โจวเสียวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน เปิดเผยในงานแถลงข่าวการประชุมสภาประชาชนจีน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่า ทางธนาคารกลางของจีนยังเหลือขีดความสามารถในการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ด้วยการลดสัดส่วนการกันสำรองเงินสดของธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศลงเพิ่มเติมได้อีกเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มีเงินทุนเพื่อนำไปใช้ในการปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศตามมาภายหลัง
การประกาศถึงความเป็นไปได้ในการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพิ่มเติมในอนาคตของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้เคยใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดด้วยการเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองเงินสดถึง 5 ครั้งในช่วง 2 ปีหลังที่ผ่านมา ซึ่งเกณฑ์ขั้นต่ำในการกันสำรองเงินสดต่อสัดส่วนเงินฝากของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในจีนอยู่ที่ 20%
“เรายังมีศักยภาพพอที่จะปรับสัดส่วนอัตราการกันสำรองเงินสดของธนาคารพาณิชย์ได้อยู่ แต่ในทางกลับกันก็ยังจำเป็นที่ยังจะต้องดูว่ามีความจำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าวในตอนนี้หรือไม่ นอกจากนี้จะต้องดูหลายๆ ปัจจัยไปพร้อมๆ กันอีกว่าจะมีผลดีหรือผลเสียอย่างไร โดยเฉพาะผลกระทบต่อการไหลเวียนของภาคการเงิน” โจว กล่าว
นอกจากนี้ โจว พร้อมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ของธนาคารกลาง จีนเปิดเผยอีกด้วยว่า ในขณะนี้ทางธนาคารกลางจีนกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของสถานการณ์วิกฤตหนี้ในยุโรปและความเคลื่อนไหวทั่วโลกที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการและเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินใดๆ ธนาคารกลางจีนจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปและระมัดระวัง เนื่องจากการดำเนินนโยบายจำต้องใดๆจำต้องมีความรับผิดชอบและเป็นไปตามสภาพการณ์และเงื่อนไขของทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้าน ยี่กัง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีนซึ่งทำหน้าที่ดูแลการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เผยว่า ขณะนี้จีนกำลังเตรียมการที่จะปฏิรูปนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศให้มีลักษณะแบบกลไกตลาดมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ยี่กัง ไม่ได้เปิดเผยเกี่ยวกับรายละเอียดการปฏิรูปดังกล่าวให้ทราบ
“จีนจะเดินหน้าการปฏิรูประบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้มีความเป็นระบบตลาดมากขึ้น” ยี่กัง กล่าว
ในขณะเดียวกัน ยี่กัง ยังเชื่อมั่นว่ายุโรปซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของจีนจะสามารถแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ได้ และจีนก็ยังขอยืนยันว่าจะยังคงลงทุนอยู่ในยุโรปต่อไป แต่ทั้งนี้ ยี่กัง ไม่ได้แสดงท่าทีเกี่ยวกับการมอบเงินช่วยเหลือเข้าไปในกองทุนช่วยเหลือวิกฤตหนี้ยุโรปออกมาในการแถลงข่าวในครั้งนี้







