
ญี่ปุ่นสงบนิ่งไว้อาลัย 1 ปีสึนามิ ลุกฮือประท้วงต้านนิวเคลียร์
ชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศร่วมรำลึก 1 ปี เหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ บรรยากาศสุดเศร้า
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศร่วมรำลึก 1 ปี เหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ บรรยากาศสุดเศร้า ด้านวอลสตรีตเจอร์นัลเผย ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านระบบห่วงโซ่อุปทานหลังได้รับบทเรียนราคาแพง
ชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศพร้อมใจกันร่วมไว้อาลัยเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี เหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ ซึ่งได้ถล่มพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอย่างหนักเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ปีก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1.9 หมื่นคน และยังนำไปสู่วิกฤตนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดในโลกอีกด้วย
พิธีรำลึกอย่างเป็นทางการนั้นจัดขึ้นที่โรงละครแห่งชาติในกรุงโตเกียว โดยพิธีเริ่มด้วยการบรรเลงเพลงชาติญี่ปุ่น ก่อนที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงนำการยืนไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 นาที ในเวลา 14.46 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว 9 ริกเตอร์ โดยพระองค์ได้ตรัสว่า ญี่ปุ่นจะไม่มีวันลืม “โศกนาฏกรรมเลวร้าย” ครั้งนี้อย่างแน่นอน
ในช่วงเวลาดังกล่าว รถไฟ รถยนต์ และประชาชนทั่วประเทศยังได้ยุติกิจกรรมต่างๆ เพื่อยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับพี่น้องชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตอีกด้วย
ขณะเดียวกันมีการจัดพิธีรำลึกในพื้นที่ประสบภัย โดยที่เมืองโอฟุนาโตะ ในจังหวัดอิวาเตะ บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลดเมื่อประชาชนหลายร้อยคนซึ่งพร้อมใจกันสวมชุดดำ นำดอกไม้มาวางบนอนุสรณ์สถาน ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้ง 420 คน
“เราไม่สามารถจมปลักอยู่กับความโศกเศร้าได้ เราจะต้องเดินหน้าต่อไปทีละก้าวๆ” โคเซ ชิบะ ชาวเมืองโอฟุนาโตะ ซึ่งสูญเสียมารดาและภรรยา กล่าว โดยเจ้าตัวย้ำว่า ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความบอบช้ำทางจิตใจ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะฟื้นฟูได้
ขณะที่เมืองโอกูมา ในจังหวัดฟูกุชิมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ซึ่งเกิดการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวจนเกิดเป็นวิกฤตนิวเคลียร์ ประชาชนที่เดินทางมาไว้อาลัยต่างต้องสวมชุดป้องกันรังสี เนื่องจากระดับรังสีที่ตรวจพบบริเวณรอบๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นยังคงอยู่ในระดับสูง
ท่ามกลางบรรยากาศอันเศร้าสลด ชาวญี่ปุ่นราว 50 คน ได้ออกมาชุมนุมประท้วงด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของบริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เทปโค) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ โดยมีการชูป้ายซึ่งมีข้อความต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์
ชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งต้องการให้รัฐบาลยุติการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ภายหลังประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตนิวเคลียร์ครั้งใหญ่
ทว่า รัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะค่อยๆ ลดการพึ่งพานิวเคลียร์อย่างเป็นขั้นเป็นขั้นตอนเนื่องจากประเทศยังคงต้องพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ในระดับสูง
ทั้งนี้ เหตุแผ่นดินไหวและสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554 ถือได้ว่าเป็นเหตุภัยพิบัติที่มีความรุนแรงมากที่สุดเหตุการณ์หนึ่งของโลก และรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างหนักที่ล้มเหลวในการรับมือกับวิกฤตและการฟื้นฟูประเทศ โดยขณะนี้ประชาชนราว 3.26 แสนคน ยังคงไร้ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูบ้านเรือนในหลายเมืองก็ยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า
วันเดียวกัน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัล เปิดเผยว่า หนึ่งปีหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ บทเรียนสำคัญที่บรรดาค่ายรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นได้เรียนรู้ คือ การเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านห่วงโซ่อุปทานเพื่อป้องกันไม่ให้การผลิตหยุดชะงักยามเกิดภัยพิบัติ
รายงานระบุว่า ภายหลังเกิดวิกฤตแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปีก่อน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างโตโยต้า และนิสสัน ต่างต้องยุติการผลิตลงชั่วคราวราว 1 เดือน หลังห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกถูกตัดขาด
ปัจจุบันหลายบริษัทจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านระบบห่วงโซ่อุปทานเพื่อที่จะได้กลับมาเดินสายพานการผลิตเร็วที่สุดในกรณีเกิดภัยพิบัติอีกครั้งในอนาคต
ด้านโตโยต้า ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่า หากเกิดภัยพิบัติอีกครั้ง ทางบริษัทก็จะสามารถกลับมาผลิตได้ตามปกติภายในสองสัปดาห์ ได้เรียกร้องให้ซัพพลาย เออร์ราว 500 ราย เปิดเผยข้อมูลด้านห่วงโซ่อุปทาน
หลังพบว่าซัพพลายเออร์กว่า 300 ราย มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบหากเกิดภัยพิบัติในอนาคต โตโยต้าจึงเรียกร้องให้ซัพพลายเออร์หันมาปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน เช่น การกระจายการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ แทนการกระจุกตัวอยู่ในแหล่งเดียวกัน และการเก็บสินค้าคงคลังมากขึ้น ซึ่งแม้จะส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น ทว่าทางบริษัทวางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายด้วยการหันมาออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ที่สามารถใช้ได้กับรถยนต์หลายรุ่นมากขึ้น







