posttoday
ศึกลิขสิทธิ์"ไอแพด"บทเรียนของแอปเปิล

ศึกลิขสิทธิ์"ไอแพด"บทเรียนของแอปเปิล

04 มีนาคม 2555

สงครามฟ้องร้องชิงสิทธิเหนือเครื่องหมายการค้า"ไอแพด"เป็นเรื่องร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

กลายเป็นสถานการณ์ที่เริ่มตึงเครียดและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับสงครามฟ้องร้องแย่งชิงสิทธิเหนือเครื่องหมายการค้า “ไอแพด” ระหว่างบริษัทจีนกับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนชั้นนำของโลกอย่าง แอปเปิล

อีกทั้งยังเป็นเรื่องราวที่ต้องตามลุ้นกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วบทสรุปจะเป็นเช่นไร บริษัทจากจีนจะชนะ หรือบริษัทแอปเปิลจากสหรัฐจะได้ชัย

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่นักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และเจ้าของธุรกิจกิจการเห็นตรงกันก็คือว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดนี้ได้แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าเหนื่อยใจของประเทศจีนประการหนึ่งก็คือ มาตรฐานของระบบปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในแดนมังกร

ศึกลิขสิทธิ์"ไอแพด"บทเรียนของแอปเปิล

ชนวนในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ บริษัท โพรวิว เทคโนโลยี บริษัทผู้ผลิตหลอดไฟแอลอีดีจากจีน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในเมืองเสิ่นเจิ้นและเมืองเซี่ยงไฮ้ ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ขายคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตรุ่นไอแพดในประเทศจีน เนื่องจากแอปเปิลทำผิดกฎหมายด้วยการละเมิดสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้า “ไอแพด”

ทั้งนี้ โพรวิว เทคโนโลยี ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไอแพดในจีนตั้งแต่ปี 2544 ก่อนที่ทางบริษัทได้ขายสิทธิเหนือเครื่องหมายการค้า ไอแพด ใน 10 ประเทศ ให้กับแอปเปิลไปแล้วในปี 2552 แต่อย่างไรก็ตาม ทางโพรวิว เทคโนโลยี ระบุว่า สัญญาการซื้อขายดังกล่าวควรถือเป็นโมฆะ เนื่องจากแอปเปิลได้ใช้วิธีฉ้อฉลด้วยการแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จ

พูดให้เข้าใจได้ง่ายก็คือว่า สัญญาซื้อขายที่เกิดขึ้นระหว่างโพรวิว เทคโนโลยี กับแอปเปิลดำเนินการภายใต้เจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของแอปเปิล

ศาลเสิ่นเจิ้นตัดสินให้โพรวิว เทคโนโลยี ชนะ แต่ศาลเซี่ยงไฮ้เห็นว่าแอปเปิลไม่ได้ละเมิดกฎหมายข้อใด และให้กลับมาขาย|ไอแพดในตลาดจีนได้อีกครั้ง

ผลที่ได้ ทำให้โพรวิว เทคโนโลยี เตรียมยื่นฟ้องบริษัทแอปเปิลเพื่อแย่งชิงสิทธิเหนือเครื่องหมายการค้า “ไอแพด” ทั่วโลก โดยได้ยื่นฟ้องต่อศาลซานตาคลารา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้โพรวิว เทคโนโลยี ได้เพิ่มรายละเอียดการฉ้อโกงและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของแอปเปิลลงไปด้วย

หากศาลตัดสินให้ข้อตกลงซื้อขายลิขสิทธิ์ไอแพดเมื่อปี 2552 เป็นโมฆะ แอปเปิลจะเสียสิทธิเหนือเครื่องหมายการค้าไอแพดในยุโรป เกาหลีใต้ เม็กซิโก สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ให้กับโพรวิว เทคโนโลยี ทันที

ทั้งนี้ ว่ากันตามจริงแล้ว แอปเปิลไม่ใช่บริษัทข้ามชาติรายแรกที่ต้องผจญเรื่องปวดหัวและตกที่นั่งลำบากจากระบบกฎหมายเครื่องหมายการค้าที่แสนจะซับซ้อนยุ่งยากของประเทศจีน

เนื่องจาก ไฟเซอร์ ผู้ผลิตยารายใหญ่ของโลก ซัทเธอร์บีส์ บริษัทนายหน้าประมูลชั้นนำของอังกฤษ แอร์เมส สินค้าแฟชั่นหรูชั้นนำ และสตาร์บัคส์ ร้านเครื่องดื่มกาแฟดาวเขียวยอดนิยม ต่างเคยตกที่นั่งเดียวกันกับแอปเปิล ที่จะต้องขึ้นศาลต่อสู้เพื่อช่วงชิงสิทธิเครื่องหมายการค้าและตราสัญลักษณ์ (โลโก้) ในประเทศจีน หรือเขตพื้นที่ๆ ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจศาลของจีนแล้วทั้งสิ้น และได้รับบทสรุปที่|แตกต่างกันออกไป

เพราะขณะที่สตาร์บัคส์และซัทเธอร์บีส์ชนะคดีกรณีที่บริษัทจีนเอาเครื่องหมายการค้าของตนเองไปใช้ แม้จะแปลเป็นภาษาจีนแล้วก็ตาม

แต่แอร์เมสแพ้คดีที่ศาลในเซี่ยงไฮ้จากการที่บริษัทจีนใช้ชื่อของตนเองฉบับภาษาจีน ส่วนไฟเซอร์แพ้คดีชื่อยาไวอะกร้า เวอร์ชันภาษาจีน หลังจากที่ต่อสู้มาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุผลว่าบริษัทในจีนจดทะเบียนใช้ชื่อที่แปลแล้วก่อน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอธิบายว่า ปมปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับระบบการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจีน ที่ส่ง|ผลให้เป็นเรื่องของการทำกำไรเข้ากระเป๋า มากกว่าเป็นเรื่องของการปกป้องกิจการเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น

“จีนเป็นระบบใครยื่นก่อนมีสิทธิก่อน (First-to-File) ดังนั้นบริษัทข้ามชาติทั้งหลายที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก ซึ่งสนใจขยายฐานตลาดในจีน จึงมักจะได้รับคำแนะนำให้รีบมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” สแตน แอบรัมส์ นักกฎหมายชาวสหรัฐ ซึ่งสอนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้กับมหาวิทยาลัย Central University of Finance and Economics (CUFE) ในกรุงปักกิ่ง กล่าว

ทั้งนี้ ในขณะที่จีนใช้ระบบมาก่อนได้ก่อน สหรัฐกลับใช้ระบบที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง โดยสหรัฐเลือกระบบใช้ก่อนมีสิทธิก่อน (First-to-Use) ซึ่งหมายความว่า บริษัทที่จะยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต้องแสดงหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นว่าได้ใช้ หรือตั้งใจจะใช้เครื่องหมายการค้าเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจไว้แล้ว

นอกจากนี้ แม้ว่าจะใช้ระบบมาก่อนมีสิทธิก่อน แต่แอบรัมส์ได้ขยายความเพิ่มเติมว่า กฎหมายสิทธิเครื่องหมายการค้าจีนยังได้เปิดช่องให้บริษัทหรือบุคคลต่างๆ สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมทวงคืนเครื่องหมายทางการค้าของตนเองคืนมาได้เช่นกัน

“คุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นขึ้นทะเบียนด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ซึ่งบางครั้งกระบวนการดังกล่าวถือว่ายากเอาการทีเดียว” แอบรัมส์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แอบรัมส์ ระบุเพิ่มเติมว่า โดยทั่วไปแล้วผู้ขอขึ้นทะเบียนจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าส่วนใหญ่ทำเพื่อให้สินค้าของตนเองขายได้เป็นหลัก ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะมีการตกลงรอมชอมกันได้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกันทั้งสองฝ่าย และไม่ต้องเสียเวลาประกอบกิจการไปกับคดีความในศาล

ทว่า กรณีของแอปเปิลกับโพรวิว เทคโนโลยี เป็นความขัดแย้งที่ซับซ้อนมากกว่าคดีทั่วไป เพราะการซื้อ-ขาย ไม่ได้เกิดขึ้นกับเจ้าของที่แท้จริง

โดยในขณะที่ศาลเมืองเสิ่นเจิ้นให้โพรวิว เทคโนโลยี เป็นฝ่ายชนะด้วยเหตุผลว่า การซื้อขายราคา 3.5 หมื่นปอนด์ (ราว 1.75 ล้านบาท) ในครั้งนั้น เป็นการดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวของบริษัทสาขาลูกในไต้หวัน โดยที่บริษัทแม่ในจีนไม่ได้รู้เห็นด้วย แต่ทางศาลเซี่ยงไฮ้ตัดสินให้แอปเปิลชนะ เนื่องจากแอปเปิลมีหลักฐานยืนยันการซื้อหนาแน่น พร้อมระบุชัดเจนว่า โพรวิว เทคโนโลยี ที่เมืองจีนก็รับทราบด้วยเช่นกัน

การผลัดกันได้ผลัดกันเสียดังกล่าว ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต้องยื่นอุทธรณ์เอาหลักฐานมายันกันใหม่ โดยแอปเปิลสู้ต่อในศาลเสิ่นเจิ้น ส่วนโพรวิว เทคโนโลยี ไปไกลกว่า โดยข้ามมาฟ้องถึงฝั่งสหรัฐ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ปัญหาของแอปเปิลในกรณีนี้ก็คือความรีบร้อนจนไม่ยอมสอบทานธุรกิจ (Due diligence) หรือตรวจสอบคู่ค้าในการซื้อ-ขาย เครื่องหมายการค้าในปี 2552 ให้ดีเสียก่อน

“ฉันเดาว่าพวกเขา (แอปเปิล) คงต้องเร่งรีบมาก” ยูจีน โหลว ทนายด้านสิทธิเครื่องหมายการค้าของเมเยอร์ บราวน์ เจเอสเอ็ม ในฮ่องกง กล่าว พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อย่างแอปเปิลจะมองข้ามปัญหาดังกล่าว ไม่ยอมตรวจทาน ทั้งๆ ที่การสอบทานธุรกิจในปัจจุบันสามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากรัฐบาลจีนมีเว็บไซต์ฐานข้อมูลให้บริษัทต่างๆ เข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นได้ว่าเจ้าของคือใคร

อย่างไรก็ตาม แม้ในขณะนี้การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจะดุเดือด แต่ทนายโหลวกลับเห็นว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ผลประโยชน์ของบริษัทจะเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง โดยอาจารย์นักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างแอบรัมส์เห็นว่า ผลประโยชน์ดังกล่าวก็คือปริมาณเงินที่โพรวิว เทคโนโลยี และแอปเปิลยอมรับได้

แน่นอนว่า ย่อมไม่ใช่ปริมาณเงินเล็กน้อย และผลการตกลงอาจเลวร้ายถึงขั้นต้องทำให้แอปเปิลจำต้องเปลี่ยนเครื่องหมายการค้าคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของตนเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร นักวิเคราะห์ต่างเชื่อมั่นว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อยอดขายของแอปเปิลเท่ากับการเป็นบทเรียนราคาแพงที่แอปเปิลจะต้องจดจำไปตลอดกาล...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท