
หนีเสือปะจระเข้
บทความแสดงความเห็นบนหน้าเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัล
บทความแสดงความเห็นบนหน้าเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัล
ได้สะท้อนมุมมองที่มีต่อการที่ธนาคารกลางของจีนประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองเงินสดของธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศลง 0.5% เพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับธนาคารเพื่อนำไปปล่อยกู้ได้มากขึ้น โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลจีนกำลังหันมาให้ความสนใจต่อการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องเงินเฟ้อแล้วในขณะนี้
แต่ทว่าสำนักข่าวชื่อดังเกรงว่ามาตรการดังกล่าวของธนาคารกลางจีนอาจจะไม่สัมฤทธิผลตามที่วางไว้เนื่องจากจีนต้องเผชิญหลายๆ ปัญหาพร้อมกัน อาทิ ปัญหาการไหลออกของเงินในประเทศ ซึ่งผู้ทำการค้าส่งออกส่วนใหญ่มักจะไม่นิยมนำเงินที่ได้กลับเข้ามาแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลหยวนและฝากไว้ในประเทศ แต่ใช้วิธีการฝากไว้ในต่างประเทศโดยใช้เงินสกุลอื่นแทน
ขณะที่อีกปัญหาหนึ่งนั่นคือ ปัญหาความขาดแคลนสภาพคล่องในภาคการเงินของธนาคาร ทั้งนี้สาเหตุก็เป็นเพราะที่ผ่านมาการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารในจีนเองไม่ค่อยมีระเบียบมากนัก โดยเห็นได้จากการที่หลายธนาคารออกมาแข่งกันออกเร่ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ เพื่อดูดเงินเข้าธนาคาร
แต่กลับไม่ได้ดูพื้นฐานเลยว่าเมื่อถึงเวลาต้องชำระเงินคืนแล้วนั้นจะพร้อมจ่ายคืนหรือไม่ เพราะแหล่งรายได้อื่นๆ ของธนาคารอย่างการปล่อยกู้และเก็บดอกเบี้ยนั้นได้ถูกภาครัฐกำหนดเพดานการเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ไว้แล้ว
ส่วนปัญหาสุดท้ายก็คือ ปัญหาภาวะเงินเฟ้อนั้นได้เริ่มกลับมาหลอกหลอนจีนอีกครั้งในเดือน ม.ค. ซึ่งมีรายงานออกมาว่าอัตราดอกเบี้ยนั้นพุ่งสูงถึง 4.5%
ฉะนั้น ด้วยปัญหาทั้งหมดทั้งปวงจึงทำให้เกิดความลำบากใจว่าหากจีนจะยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายต่อไปก็อาจจะทำให้ภาวะเงินเฟ้อกลับมาอยู่สูงได้ แต่ถ้าหากไม่ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจะทำให้ปัญหาการขาดแคลนสภาพคล่องและความตึงตัวของภาคการเงินและสินเชื่อยิ่งร้ายแรงยิ่งขึ้น จนอาจทำให้เศรษฐกิจหดตัวอย่างหนัก







