
งานต่อไป
รอดตัวไปอีกเปลาะหนึ่งกับความเสี่ยงของวิกฤตหนี้กรีซ
รอดตัวไปอีกเปลาะหนึ่งกับความเสี่ยงของวิกฤตหนี้กรีซ
โดย..ธนพล ไชยภาษี
เมื่อที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนผ่านข้อตกลงให้ความช่วยเหลือกรีซมูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร (ราว 5.23 ล้านล้านบาท) ไปเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่ต้องลุ้นกันเหนื่อยมานานหลายเดือน ว่ากรีซจะกลายเป็นหนี้เสียในที่สุดหรือไม่ ซึ่งกรีซจะมีหนี้ครบกำหนดชำระในวันที่ 20 มี.ค.นี้ มูลค่า 1.45 แสนล้านยูโร (ราว 5.84 ล้านล้านบาท)
แต่ทว่า ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้น ประเด็นสำคัญที่สุดประการหนึ่ง ก็คือ ในความช่วยเหลือครั้งนี้ยังเป็นการแฮร์คัตลดหนี้ลงถึง 53.5% ของกลุ่มเจ้าหนี้ซึ่งจะช่วยทำให้ระดับหนี้สาธารณะของกรีซเมื่อถึงปี 2563 จะลดลงมาอยู่ที่ 120.5% ของจีดีพี จากที่ปัจจุบัน 160% ของจีดีพี
ถามว่าเพราะเหตุใดเจ้าหนี้ถึงยอมลดหนี้ให้มากขนาดนี้ ก็ต้องตอบง่ายๆ ครับว่ายอมลดหนี้และเหลือเงินกลับมาบ้าง ดีกว่าไม่ได้อะไรคืนกลับมาเลยแม้แต่แดงเดียว!
แต่กระนั้น แม้ว่ากรีซจะได้รับการช่วยเหลือไปแต่หากถามต่อว่าความเสี่ยงของวิกฤตหนี้ยูโรโซนนั้นยังอยู่หรือไม่
ก็ต้องตอบว่ายังอยู่ เพราะบรรดาเจ้าหนี้ที่ยอมแฮร์คัตให้กว่าครึ่งหนึ่งนั้น แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นภาคเอกชน ธนาคาร สถาบันการเงิน การลดหนี้ดังกล่าวย่อมที่จะทำให้สภาพคล่องของภาคเอกชนยุโรปลดลง ซึ่งจะเป็นงานสำคัญต่อไปที่กลุ่มยูโรโซนต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ว่าภาคธนาคารยุโรปจะได้รับแรงกระเพื่อมมากแค่ไหน
ประการต่อมา ความหวังว่าวิกฤตครั้งนี้จะรอดพ้นไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ก็ต้องฝากความหวังไว้กับสภาพเศรษฐกิจของยุโรปและของกรีซเองด้วย
ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้กรีซรอดพ้นวิกฤตได้ในระยะยาวก็คือ เศรษฐกิจของกรีซจะต้องกลับมาเติบโตให้ได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งบอกตรงๆ ว่าเป็นเรื่องยากมาก
เพราะมาตรการรัดเข็มขัดที่กรีซยอมแลกกับเงินช่วยในครั้งนี้ ถือว่าเป็นมาตรการที่รุนแรงมาก และน่าจะทำให้แรงงานกรีซตกงานกันอีกมาก กรีซจะเข้าสู่ภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ เศรษฐกิจน่าจะฟุบต่อไปอีกหลายปีทีเดียว
เมื่อปีที่แล้วกรีซก็ได้ใช้มาตรการรัดเข็มขัดมาบ้างแล้ว ซึ่งผลก็เห็นได้ชัดเจนว่า การเติบโตของจีดีพีกรีซทั้งปีหดตัวไปมากถึง 6% และมีทีท่าว่าปีนี้อาจจะหดตัวซ้ำอีกครั้ง เพียงแต่ต้องลุ้นกันว่าจะหนักกว่าปีก่อนหรือไม่
ส่วนยุโรปเอง นอกเหนือจะต้องฝากความหวังไว้กับเศรษฐกิจกรีซแล้ว เศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนหลายประเทศก็เสี่ยงกับภาวะถดถอยเช่นกันครับหลายประเทศเข้าสู่การถดถอยไปแล้ว เช่น อิตาลี เนเธอร์แลนด์ บางประเทศก็กำลังจ่อปากเหวอยู่ หลังจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบไปเมื่อไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน
เรียกได้ว่า ทางออกในวิกฤตหนี้ยุโรปนั้น แก้ไปได้แค่เปลาะเดียว คือปัญหากรีซ แต่ยังเหลืออีกหลายเปลาะใหญ่ๆ ซึ่งคำถามใหญ่ๆ ของยุโรปนับต่อจากนี้ไปก็คือจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้อีกครั้งครับ







