
โลกมองไทย
ต้องยอมรับว่ามหาอุทกภัยไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายปีก่อนนั้นเป็นหายนภัยทางธรรมชาติครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในไทย
ต้องยอมรับว่ามหาอุทกภัยไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายปีก่อนนั้นเป็นหายนภัยทางธรรมชาติครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในไทย
โดยไม่เพียงแต่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยเท่านั้น ยังกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติอีกด้วย
ล่าสุดสื่อต่างประเทศหลายสำนักได้ตีข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2554 หดตัวมากถึง 10.7% ภายหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมหาอุทกภัย
บลูมเบิร์ก รายงานว่า จีดีพีไทยช่วงไตรมาส 4 ของปี 2554 หดตัวมากกว่าที่คิด โดยก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะหดตัวเพียง 5% เท่านั้น
ด้านเอเอฟพีรายงานว่า อุทกภัยไทยซึ่งกินเวลานานหลายเดือนนั้นได้ส่งผลอย่างหนักต่อนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง โดยหลายบริษัทเผยว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะสามารถกลับมาผลิตได้อีกครั้ง
ขณะที่เอพีรายงานโดยอ้างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของไทยในปี 2555 จะขยายตัวได้ถึง 5.5-6.5%
วันเดียวกัน บีบีซี รายงานว่า นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย ได้เดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อแนะนำตัวต่อประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมทั้งผลักดันความร่วมมือระดับทวิภาคี และพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ
ผู้สื่อข่าวบีบีซี เปิดเผยว่า ไทยคือคู่ค้าอันดับ 6 ของมาเลเซีย โดยมูลค่าการซื้อขายระหว่างสองประเทศอยู่ที่ราว 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (ราว 6.9 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม มาเลเซียเริ่มกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาคเหมือนไทย







