
สหรัฐเดินเครื่องคว่ำบาตรเตหะราน
ตัดทางโอนเงินระหว่างประเทศ ผู้ดีหวั่นเกิดสงครามเย็นรอบใหม่
ตัดทางโอนเงินระหว่างประเทศ ผู้ดีหวั่นเกิดสงครามเย็นรอบใหม่
สหรัฐเดินหน้าคว่ำบาตรอิหร่าน ตัดระบบโอนเงินระหว่างประเทศ แบงก์เอกชนอังกฤษ หวั่นเกิด “สงครามเย็น” ครั้งใหม่
สมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก (สวิฟต์) ซึ่งเป็นเคลียร์ริงเฮาส์สื่อกลางการดำเนินธุรกรรมระหว่างธนาคารทั่วโลก ประกาศเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่า พร้อมยุติการให้บริการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศกับสถาบันการเงินของอิหร่านทันทีที่มีการออกกฎหมายคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการตามคำร้องของสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อกดดันอิหร่านให้ยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์
รายงานระบุว่า การตัดธนาคารของอิหร่านออกจากระบบของสวิฟต์ อาจสร้างความปั่นป่วนทางการเงินให้กับอิหร่าน และจะทำให้การทำธุรกิจส่งออกน้ำมันของรัฐบาลอิหร่านเป็นไปอย่างยากลำบากขึ้นจนส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมัน
เอเลียนา รอส เลทเนน ประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐระบุว่า สหรัฐจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านทั้งหมด ซึ่งหมายรวมถึงการคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันของจีนที่ยังคงดำเนินธุรกิจกับอิหร่านอยู่
อย่างไรก็ตาม เรซา มาราชี ผู้อำนวยการทีมวิจัยของสภาชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านแห่งชาติ กล่าวว่า การตัดอิหร่านออกจากระบบนั้น นอกจากจะถือว่าเป็นมาตรการคว่ำบาตรที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ยังเป็นขั้นตอนอันตรายที่จะส่งผลให้สงครามการเงินกลายเป็นความขัดแย้งทางทหารได้
ทั้งนี้ ทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายของสวิฟต์มีกำหนดพบกับสภาสหรัฐเพื่อถกรายละเอียดการคว่ำบาตรในสัปดาห์หน้าอีกด้วย
ขณะที่ทาง วิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ได้เตือนอิหร่านว่า ความพยายามพัฒนานิวเคลียร์อาจกระตุ้นให้เกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ที่อาจรุนแรงกว่าครั้งของโลกตะวันตกกับสหภาพโซเวียต
“หากอิหร่านสามารถผลิตและครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ จะทำให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธปรมาณูในตะวันออกกลาง ซึ่งจะอันตรายกว่าสงครามเย็นยุคก่อน เนื่องจากในตอนนี้ไม่มีกลไกรับประกันความปลอดภัยการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ทำให้หายนะอาจจะเกิดกับโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เฮก กล่าว
พร้อมกันนี้ สำนักงานปรมาณูระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เตรียมส่งทีมตรวจสอบด้านพลังงานนิวเคลียร์ไปอิหร่านเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน ในวันที่ 20-21 ก.พ. 2555 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของอิหร่านที่จะแสดงความบริสุทธิ์และให้ความร่วมมือเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรครั้งรุนแรงของอียูและสหรัฐ







