
กรีซส่อหนี้เน่าอียูอาจเลื่อนปล่อยเงินกู้หลังเม.ย.
กรีซส่อแววล้มละลาย แม้บรรลุเงื่อนไข 3 ข้อ หลังอียูเผยอีกทางเลือกหนึ่ง
กรีซส่อแววล้มละลาย แม้บรรลุเงื่อนไข 3 ข้อ หลังอียูเผยอีกทางเลือกหนึ่ง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
กรีซส่อแววล้มละลาย แม้บรรลุเงื่อนไข 3 ข้อ หลังอียูเผยอีกทางเลือกหนึ่ง อาจปล่อยเงินช่วยเหลือหลังเลือกตั้งกรีซ หากยูโรโซนตกลงกันไม่ได้ในวันจันทร์นี้
แจน คีส์ เดอ เจเกอร์ รัฐมนตรีคลังเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่า ยุโรปอาจพิจารณาชะลอการให้เงินช่วยเหลือกรีซงวดใหม่มูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) จนกว่ารัฐบาลกรุงเอเธนส์จะจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเดือน เม.ย. 2555 ซึ่งอาจจะไม่ทันที่กรีซจะต้องชำระหนี้ที่ครบกำหนดชำระ 1.4 หมื่นล้านยูโร ในวันที่ 20 มี.ค. 2555
เจเกอร์ กล่าวว่า วิธีดังกล่าวถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหากรีซ ถ้าหากบรรดารัฐมนตรีคลังยุโรปไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับการให้เงินช่วยเหลือกรีซงวดใหม่ในการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซน ซึ่งจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 20 ก.พ. 2555 ได้สำเร็จ
ทั้งนี้ เยอรมนี ฟินแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศที่ผลักดันให้มีการชะลอการอนุมัติมาตรการช่วยเหลือกรีซออกไป โดยเฉพาะเยอรมนี ถือเป็นประเทศที่ผลักดันเรื่องนี้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายกรัฐมนตรี ฌอง โคลด จุงเกอร์ แห่งลักเซมเบิร์ก ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน กล่าวยืนยันว่า บรรดารัฐมนตรีคลังยูโรโซนจะทำทุกวิถีทางที่จำเป็น เพื่อบรรลุข้อตกลงให้เงินช่วยเหลือกรีซให้ทันภายในวันจันทร์ที่ 20 ก.พ. เพื่อให้ทันกับการชำระหนี้ของกรีซที่จะครบกำหนดในวันที่ 20 มี.ค.
จุงเกอร์ ย้ำด้วยว่า รัฐบาลกรุงเอเธนส์อาจต้องเผชิญการคุมเข้มทางการเงินที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อรักษาเสถียรภาพในการตัดลดปริมาณหนี้สาธารณะอย่างต่อเนี่อง
ขณะเดียวกัน กรีซกล่าวแสดงความหวังว่า จะได้รับเงินช่วยเหลืองวดใหม่ จากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในการประชุมของบรรดารัฐมนตรีคลังของยูโรโซน หลังรัฐบาลกรุงเอเธนส์สามารถดำเนินตามเงื่อนไขที่ทางอียูและไอเอ็มเอฟตั้งเพิ่มเติมได้แล้วทั้งสามข้อ
ภายใต้เงื่อนไขทั้งสามข้อ รัฐบาลกรุงเอเธนส์ต้อง 1.ชี้แจงวิธีการตัดงบรายจ่ายลงอีก 325 ล้านยูโร (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการตัดงบประมาณ 3,300 ล้านยูโร สำหรับปีนี้ 2.บรรดาผู้นำพรรคการเมืองของกรีซลงนามสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะปฏิบัติตามมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติมและต่อเนื่องแล้ว และ 3.รัฐสภากรีซลงนามรับรองมาตรการรัดเข็มขัดได้เป็นผลสำเร็จ เพื่อแลกกับการได้รับเงินช่วยเหลือก่อนหน้าครบกำหนดชำระคืน 1.45 หมื่นล้านยูโร (5.8 แสนล้านบาท) ในวันที่ 20 มี.ค.
อย่างไรก็ตาม มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของสหรัฐออกโรงเตือนว่า อาจลดอันดับเครดิตของธนาคารชั้นนำของโลก 17 แห่ง และสถาบันการเงินของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปอีก 114 แห่ง ส่งสัญญาณให้เห็นว่าวิกฤตหนี้สาธารณะยูโรโซนเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบการเงินโลกแล้ว
มูดี้ส์ ระบุว่า กำลังทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวและประเมินระดับเครดิตของธนาคารชั้นนำของโลก 17 แห่ง หมายความรวมถึง ธนาคารยูบีเอส, เครดิตสวิส และมอร์แกน สแตนเลย์ ที่อาจถูกตัดลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวมากถึง 3 อันดับ
ในขณะที่ ธนาคารบาร์เคลย์ส, บีเอ็นพี พาริบาส์, เครดิต อะกริกอล, ดอยช์แบงก์, เอชเอสบีซี โฮลดิงส์ และโกลด์แมน แซคส์ อาจถูกหั่นเครดิตลง 2 อันดับ โดยแบงก์ออฟอเมริกาและบริษัทหลักทรัพย์โนมุระ อาจถูกปรับลดอันดับลง 1 อันดับ
เช่นเดียวกับ ซิตี้กรุ๊ป, เจ.พี.มอร์แกน เชส, รอยัล แบงก์ ออฟ แคนาดา, รอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์, โซซีเยเต้ เจเนอรัล และแมคควอรี ที่อาจถูกมูดี้ส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในอนาคต
นอกจากนี้ มูดี้ส์ ประกาศทบทวนอันดับเครดิตสถาบันการเงินของ 16 ประเทศในยุโรปอีก 114 แห่ง โดยให้เหตุผลว่าวิกฤตหนี้ยุโรปส่งผลให้สถานะการระดมทุนของธนาคารเหล่านี้อ่อนแอลง เนื่องจากต้องเผชิญกับอุปสรรคทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากกฎข้อบังคับทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นและสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
รายงานระบุว่า ในบรรดาสถาบันการเงินทั้งหมด 114 แห่ง ซึ่งมูดี้ส์ประกาศทบทวนความน่าเชื่อถือ แบ่งเป็นสถาบันการเงินของสเปน 20 แห่ง ฝรั่งเศส 10 แห่ง เยอรมนี 7 แห่ง อังกฤษ 9 แห่ง โดยที่ส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงินของอิตาลี
ขณะเดียวกัน สถาบันจัดอันดับเครดิตชื่อดังยังได้ปรับลดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทประกันจำนวนมาก ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนในสเปนและอิตาลีสูง เช่น บริษัทประกันภัยยูนิโพล อัสสิคูราซิโอนิ เอสพีเอ อลิอันซ์ เอสพีเอ และเจอเนอรัลลี เอสพีเอ
แถลงการณ์ระบุว่า การประกาศเตือนการลดอันดับในครั้งนี้ เป็นผลมาจากที่สหภาพยุโรปไม่สามารถช่วยเหลือกรีซ ซึ่งกำลังประสบกับวิกฤตหนี้สาธารณะอย่างรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้นและเพิ่มความกดดันต่อสภาพทางการเงินของประเทศต่างๆ
มูดี้ส์ ระบุอีกว่า ธนาคารยุโรป ซึ่งถือพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่กำลังประสบปัญหาหนี้อย่างหนัก เช่น กรีซ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ สเปน และอิตาลี ส่งผลให้ยุโรปต้องติดอยู่ในวงจรอุบาทว์ โดยให้เหตุผลว่ามูลค่าของพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในมือของธนาคารที่ลดลงนั้น เป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารปล่อยกู้ได้น้อยลงจนส่งผลต่อเป็นลูกโซ่ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวลดลง และเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง ส่งผลให้การกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาหนี้ยากยิ่งขึ้นไปอีก และเกิดวงจรวิกฤตหนี้ที่ไม่สิ้นสุดอย่างเช่นในปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ มูดี้ส์ได้ประกาศหั่นเครดิต 6 ประเทศยุโรปในคราวเดียว ซึ่งหมายรวมถึง อิตาลี สเปน และโปรตุเกส พร้อมกับเตือนว่าอาจตัดลดอันดับของ ฝรั่งเศส อังกฤษ ออสเตรีย ซึ่งยังคงมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ระดับ AAA หรือระดับสูงสุดเช่นเดียวกัน
เช่นเดียวกับ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ประกาศหั่นอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดของฝรั่งเศสและออสเตรียเมื่อเดือน ม.ค. พร้อมกับตัดลดอันดับเครดิต 7 ประเทศยุโรปและกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ลงหนึ่งอันดับ







