
โลกมองไทย
นับตั้งแต่เกิดเหตุสุดระทึกเมื่อคนร้ายชาวอิหร่าน 4 คน ร่วมก่อเหตุระเบิดกลางกรุงเทพมหานคร (กทม.)
นับตั้งแต่เกิดเหตุสุดระทึกเมื่อคนร้ายชาวอิหร่าน 4 คน ร่วมก่อเหตุระเบิดกลางกรุงเทพมหานคร (กทม.)
เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา สื่อต่างชาติได้เกาะติดสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด ซีเอ็นเอ็น รายงานโดยอ้าง พอล คะเกลีย ที่ปรึกษาบริษัทรักษาความปลอดภัยของสหรัฐที่มีฐานในประเทศไทย แสดงความมั่นใจว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่ไทยอย่างแน่นอน
คะเกลีย แสดงความเห็นว่า เหตุระเบิดที่ กทม.เป็นความพยายามของอิหร่านในการโจมตีนักการทูตอิสราเอล เพื่อแก้แค้นให้กับแกนนำระดับสูงและหัวหน้าชุดปฏิบัติการของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ที่เสียชีวิตจากเหตุคาร์บอมบ์ในซีเรียเมื่อปี 2551 หลังตกเป็นเป้าหมายการลอบสังหารของ “มอสสาด” หรือหน่วยสืบราชการลับของอิสราเอลมานานหลายปี
คะเกลีย แสดงความเห็นว่า แม้ผู้เชี่ยวชาญจะชี้ว่าเหตุระเบิดดังกล่าวไม่ใช่ฝีมือของมืออาชีพ เพราะเกิดความผิดพลาดหลายจุด ทว่า คะเกลียมองว่าอิหร่านมีทั้งผู้ก่อการร้ายมืออาชีพและผู้ก่อการร้ายระดับเกรด “บี” ที่ประจำอยู่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยบางทีวัตถุประสงค์ในการจ้างกลุ่มบีนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อสงสัยว่าอิหร่านมีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
นอกจากนี้ คะเกลียยังแสดงความกังวลว่า การที่ทางการไทยแถลงว่าเหตุดังกล่าวไม่ได้เป็นการก่อการร้ายนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่น่าวิตกไม่น้อย โดยเชื่อว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามของรัฐบาลไทยในการป้องกันการท่องเที่ยวภายในประเทศไม่ให้ได้รับผลกระทบ ทว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องเลย
ด้านเอพี รายงานว่า ขณะนี้ทางการไทยได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังภัยตามสถานที่สำคัญทั่ว กทม. ไม่ว่าจะเป็นสถานทูต สนามบิน โรงแรม หรือสถานที่ท่องเที่ยว
ทั้งนี้ เอพี เปิดเผยว่า ไทยได้เริ่มยกระดับมาตรการเฝ้าระวังการก่อการร้ายตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยได้ออกคำประกาศทั่วไปเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการก่อการร้ายในไทย







