
จีนลั่นพร้อมช่วยอียูแก้หนี้มูดี้ส์หั่นเครดิตรวด6ชาติ
จีนเผยพร้อมช่วยยุโรปแก้วิกฤตหนี้ ด้านมูดี้ส์หั่นเครดิต 6 ชาติยุโรปรวด
จีนเผยพร้อมช่วยยุโรปแก้วิกฤตหนี้ ด้านมูดี้ส์หั่นเครดิต 6 ชาติยุโรปรวด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
จีนเผยพร้อมช่วยยุโรปแก้วิกฤตหนี้ ด้านมูดี้ส์หั่นเครดิต 6 ชาติยุโรปรวด รวมทั้งอิตาลีและสเปน ขู่หั่นอังกฤษ ฝรั่งเศส และออสเตรีย หากวิกฤตหนี้ยุโรปเลวร้ายลง
นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ของจีน กล่าวภายหลังเข้าหารือร่วมกับบรรดาผู้นำประเทศสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่าจีนพร้อมให้ความช่วยเหลือยุโรปแก้ไขวิกฤตหนี้ในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม เวินไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการช่วยเหลือ ทว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลกรุงปักกิ่งได้เคยประกาศพร้อมให้เงินช่วยเหลือยุโรปผ่านทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกองทุนแก้หนี้ของยุโรป
นอกจากนี้ เวินยังได้กล่าวแสดงความมั่นใจต่ออนาคตของจีน และหวังว่ายุโรปยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพและความมั่งคั่งต่อไปได้
ท่าทีของนายกรัฐมนตรีจีนมีขึ้นหลัง มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับชื่อดัง ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของ 6 ประเทศยุโรป ได้แก่ อิตาลี สเปน โปรตุเกส สโลวีเนีย สโลวาเกีย และมอลตา พร้อมลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของออสเตรีย ฝรั่งเศส และอังกฤษเป็นลบ โดยอ้างสาเหตุของความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตหนี้ยุโรปที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
อิตาลีถูกลดอันดับลง 1 ขั้น จาก A2 เหลือ A3 โปรตุเกส 1 ขั้น จาก Ba2 ลงมาเหลือ Ba3 สโลวาเกียและสโลวีเนียถูกลดอันดับลง 1 ขั้น อยู่ที่ระดับ A2 เท่ากัน มอลตา 1 ขั้น มาอยู่ที่ A3 ส่วนสเปนถูกหั่นอันดับ 2 ขั้น จาก A1 ลงมาเหลือ A3
ด้านออสเตรีย ฝรั่งเศส และอังกฤษ ยังคงอันดับไว้ที่ AAA ซึ่งเป็นอันดับสูงสุด แต่ถูกปรับมุมมองแนวโน้มอนาคตเป็นลบ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าหากสถานการณ์วิกฤตหนี้เลวร้ายลง ประเทศเหล่านี้มีโอกาสที่จะถูกลดความน่าเชื่อถือเช่นกัน
มูดี้ส์ ชี้ว่า สภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอของยุโรปเป็นภัยคุกคามต่อการเดินหน้าใช้มาตรการรัดเข็มขัดและปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่จำเป็นในการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกับตั้งคำถามถึงศักยภาพของยุโรปในการเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจและทรัพยากรที่ใช้ในการแก้วิกฤตหนี้ ซึ่งอาจไม่เพียงพอ
วันเดียวกัน สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ยังได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ 15 แห่งของสเปน
เช่นเดียวกับทางด้าน ฟิทช์ เรทติ้งส์ ซึ่งประกาศหั่นเครดิตธนาคารยักษ์ใหญ่ของสเปน 4 แห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารซานทานแดร์ ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในในกลุ่มยูโรโซนในแง่ของมูลค่าตลาดรวม
ฟิทช์ให้เหตุผลว่า การที่สเปนถูกหั่นเครดิตเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการเข้าช่วยเหลือธนาคารรายใหญ่ของประเทศหากได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้
การหั่นอันดับครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน ภายหลังรัฐสภากรีซได้เห็นชอบมาตรการตัดลดงบประมาณรอบใหม่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทางยุโรปกำหนดไว้เพื่อแลกกับการให้เงินช่วยเหลือกรีซก้อนสองมูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร โดยผู้นำกรีซมีกำหนดเข้าพบรัฐมนตรีคลังยูโรโซนในวันที่ 15 ก.พ.นี้ เพื่อหารือเรื่องการแผนช่วยเหลือรอบสอง
ทางด้าน ลุค ฟรีเดน รัฐมนตรีคลังลักเซมเบิร์ก ยืนกรานว่า กรีซจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกข้อหากหวังจะได้รับเงินช่วยเหลืองวดใหม่
แม้สภากรีซได้อนุมัติมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ทว่ายุโรปได้ย้ำชัดว่ากรีซยังไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อ คือ 1.ผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลอีกสองพรรคยังไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะเดินหน้าออกมาตรการรัดเข็มขัดอย่างต่อเนื่อง แม้เอเธนส์หลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเดือน เม.ย.นี้ และ 2.การตัดลดโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายปี 2555 เพิ่มเติมอีก 325 ล้านยูโร
กรีซจำเป็นต้องได้ข้อสรุปเงื่อนไขทั้งสองข้อให้ได้ก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซนในเย็นวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการตัดสินครั้งสุดท้ายว่าจะให้เงินช่วยเหลือต่อกรีซหรือไม่
ทั้งนี้ กรีซต้องได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงจากภาวะล้มละลาย เนื่องจากรัฐบาลกรุงเอเธนส์ไม่มีเงินเพียงพอที่จะชำระหนี้คืนได้ทันในวันที่ 20 มี.ค.นี้ มูลค่าสูงถึง 1.45 หมื่นล้านยูโร
ขณะเดียวกันรัฐบาลกรีซยังเปิดเผยด้วยว่า เศรษฐกิจกรีซซึ่งกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ได้หดตัวถึง 7% ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2554 และตลอดทั้งปีนั้นเศรษฐกิจกรีซหดตัว 6% นับเป็นข่าวร้ายที่ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตหนี้ยุโรป และขณะเดียวกันยิ่งตอกย้ำความรุนแรงของวิกฤตหนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 2 ปีอีกด้วย







