
กรีซลุกเป็นไฟ สภาไฟเขียวรัดเข็มขัดตามใบสั่งอียูประชาชนเดือด เผาเมืองหลวงวอด
รัฐสภากรีซผ่านร่างกฎหมายประหยัดต่อชีวิตรับเงินช่วยเหลือจากยุโรป ประชาชนเดือด เฮโลเกือบแสนคนประท้วงเผาเมืองทั่วประเทศ
รัฐสภากรีซผ่านร่างกฎหมายประหยัดต่อชีวิตรับเงินช่วยเหลือจากยุโรป ประชาชนเดือด เฮโลเกือบแสนคนประท้วงเผาเมืองทั่วประเทศ
โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
กรีซลุกเป็นไฟ ประชาชนลุกฮือก่อม็อบประท้วงจุดไฟเผาอาคารร้านค้าวายวอด ทั้งที่กรุงเอเธนส์และอีกหลายเมืองทั่วประเทศ หลังจากที่รัฐสภากรีซผ่านร่างกฎหมายรัดเข็มขัดตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือมูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย อย่างไรก็ตามมาตรการรัดเข็มขัดดังกล่าวซึ่งประกอบไปด้วยการตัดลดปริมาณข้าราชการ ตัดลดสวัสดิการ รวมไปถึงปรับลดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะยิ่งทำให้ประชาชนกรีซได้รับผลกระทบอย่างเจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า มีประชาชนอย่างน้อยถึง 8 หมื่นคน ร่วมการประท้วงในกรุงเอเธนส์ และอีกราว 2 หมื่นคน ในเมืองเธสซาโลนิกี เมืองใหญ่อันดับ 2 ทางตอนเหนือของประเทศ
ในกรุงเอเธนส์ ทั้งโรงภาพยนตร์เก่าแก่ ร้านคาเฟ่ ห้างร้าน และธนาคารพาณิชย์ ถูกกลุ่มผู้ประท้วงจุดไฟเผาวายวอด ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์และเกิดการปะทะกับผู้ประท้วงอย่างดุเดือดบริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภา
สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นรายงานว่า ความรุนแรงยังได้ลุกลามไปยังเกาะคอร์ฟูและเกาะครีต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของกรีซ นอกเหนือจากที่ความรุนแรงยังปะทุขึ้นที่เมืองเธสซาโลนิกีเมืองใหญ่อันดับ 2 ของกรีซ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ รวมถึงที่เมืองใหญ่อื่นๆ ตอนกลางของประเทศด้วย
ตำรวจกรีซยอมรับว่า มีร้านค้ารวมแล้วกว่า 160 ร้าน ถูกทำลายและถูกปล้นสะดม และอาคารอีก 34 แห่ง ถูกจุดไฟเผาวอดวาย
บริเวณภายนอกอาคารรัฐสภาในกรุงเอเธนส์ กลุ่มผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาอาคารหลังหนึ่งขึ้นกลางดึกทันที หลังจากที่รัฐสภากรีซผ่านร่างกฎหมายรัดเข็มขัดดังกล่าว โดยที่จัตุรัสซินแทกมา ตำรวจได้ฉีดแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นที่พยายามตอบโต้ด้วยการขว้างปาก้อนหินและระเบิดขวดเข้าใส่อย่างดุเดือด ทำให้ประชาชนคนอื่นๆ และนักท่องเที่ยวต่างหนีตายกันอย่างโกลาหล โดยหลายคนหนีเข้าไปหลบภัยในล็อบบี้ของโรงแรมข้างเคียง
ส่วนตามท้องถนนสายอื่นๆ ในกรุงเอเธนส์นั้น ร้านค้าและสำนักงานธุรกิจจำนวนมากก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นลงมือเผาสร้างความปั่นป่วน รวมไปถึงโรงภาพยนตร์เก่าแก่ “อัตติคอน” ยุคนีโอคลาสสิก ก็ถูกเผาได้รับความเสียหายไปด้วย
ทั้งนี้ คุณภาพชีวิตของชาวกรีซย่ำแย่อย่างหนักอยู่แล้ว และผลจากมาตรการรัดเข็มขัดในครั้งนี้จะยิ่งทำให้ชะตากรรมของแรงงานอีกมหาศาลในประเทศต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความมืดมนมากขึ้นกว่าเดิม
“พอกันที พวกเขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าการลุกฮือขึ้นของชาวกรีซนั้นหมายความว่าอะไร ชาวกรีซได้ลุกขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่ต้องมีอุดมการณ์ใดๆ” มาโนลิว เกลซอส วีรบุรุษแห่งชาติและแกนนำฝ่ายซ้ายชื่อดังของประเทศกล่าว โดยในอดีตเมื่อปี 1941 เกลซอส คือผู้ที่ปีนขึ้นไปบนยอดอาโครโปลิสและฉีกธงนาซีลงจากยอดอาคาร ในช่วงที่กรีซถูกกองทัพนาซีเข้าบุกยึด
ด้านนายกรัฐมนตรี ลูคัส ปาปาเดมอส ได้ประกาศลั่นว่า ความรุนแรงและการทำลายล้างของผู้ประท้วงนั้นจะต้องไม่มีพื้นที่ยืนอยู่ในประเทศประชาธิปไตยแห่งนี้ และรัฐบาลจะไม่อดทนอดกลั้นอีกต่อไป
กระนั้นก็ตาม ผู้นำกรีซยอมรับว่าการใช้มาตรการรัดเข็มขัดในครั้งนี้จะทำให้กรีซตกอยู่ในสภาพลำบากนานหลายปีทีเดียว ซึ่งหนึ่งในมาตรการนั้นคือการปรับลดค่าจ้างขั้นต่ำลงอีก 22% จากในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชาวกรีซ
“การปฏิบัติตามเงื่อนไขในโครงการนี้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและในทุกข้อกำหนดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เราตระหนักดีว่าเงื่อนไขเหล่านั้น ชาวกรีซจำเป็นต้องเสียสละ” ผู้นำกรีซกล่าว
ทั้งนี้ กรีซไม่มีทางเลือกอื่นๆ นอกเหนือจากที่ต้องยอมปฏิบัติตามข้อบังคับของสหภาพยุโรปในนโยบายรัดเข็มขัดเพื่อให้ได้เงินช่วยเหลือให้ทันก่อนวันที่ 20 มี.ค.นี้ ซึ่งกรีซจะต้องชำระคืนหนี้ครบกำหนดชำระมูลค่า 1.45 หมื่นล้านยูโร ซึ่งถ้าหากปล่อยให้กรีซล้มละลายลงนั้นยิ่งจะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภาคการเงินของยุโรปด้วย
ในการออกเสียงโหวตร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว สส.รัฐบาลผสมได้ออกเสียงสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างง่ายดายด้วยเสียงข้างมากที่ 199 เสียง จากทั้งหมด 300 เสียง ทว่ามี สส. 43 คน จากพรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรค คือพรรคที่หักหลังไม่ออกเสียงสนับสนุนในครั้งนี้ ซึ่งทางพรรคต้นสังกัดได้ไล่ สส.ทั้งหมดออกจากพรรคในทันที
ขณะที่ขั้นตอนต่อไปนี้ คณะรัฐมนตรีกลุ่มยูโรโซนจะร่วงลงนามรับรองมาตรการรัดเข็มขัดของกรีซในการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพุธนี้ ก่อนที่จะปล่อยเงินช่วยเหลือให้กับกรีซเพื่อให้ทันกำหนดชำระหนี้คืนในวันที่ 20 มี.ค.
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรียูโรโซนได้ปฏิเสธแผนการรัดเข็มขัดของกรีซมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยระบุว่ากรีซตัดลดค่าใช้จ่ายยังไม่เพียงพอ โดยจะต้องตัดลดเพิ่มให้ได้อีก 325 ล้านยูโร และบรรดาพรรคการเมืองของกรีซจำเป็นที่จะต้องลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะเดินหน้ารัดเข็มขัดตามที่ให้สัญญาไว้จริง ซึ่งกรีซจะเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ในเดือน เม.ย.
ด้านตลาดหุ้นทั่วยุโรปต่างปรับตัวขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เมื่อเปิดตลาดวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความหวังว่าปัญหาหนี้กรีซจะได้รับการแก้ไขสำเร็จในที่สุด หลังจากที่รัฐสภากรีซผ่านร่างกฎหมายตามเงื่อนไขของสหภาพยุโรปดังกล่าว โดยดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษปรับขึ้นทันที 0.99%, ดัชนีแดกซ์ของตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ตปรับขึ้น 0.77% และดัชนีซีเอซี 40 ปรับขึ้น 0.48%
ขณะที่ราคาน้ำมันที่ตลาดเอเชีย เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรับขึ้น 70 เซนต์ ไปอยู่ที่ 99.37 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนต์ที่ตลาดลอนดอนปรับขึ้น 79 เซนต์ ไปอยู่ที่ 118.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเช่นกัน







