
เงินเฟ้อจีนทะลุเพดาน
เหตุยอดใช้จ่ายช่วงตรุษจีนเยอะจัดด้านผู้เชี่ยวชาญระบุอย่าซีเรียสเกิน
เหตุยอดใช้จ่ายช่วงตรุษจีนเยอะจัดด้านผู้เชี่ยวชาญระบุอย่าซีเรียสเกิน
จีนเผยเงินเฟ้อรอบเดือน ม.ค. พุ่งทะลุเป้าขึ้นไปที่ 4.5% มากสุดในรอบ 3 เดือน เหตุคนแห่ซื้อของมากจนราคาสินค้าพุ่งกระฉูด ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้อย่าวิตกเกินเหตุ
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของจีนในรอบเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พุ่งไปอยู่ที่ 4.5% ซึ่งถือเป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่มากที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้สาเหตุก็เป็นผลมาจากการออกมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าฟุ่มเฟือยกันเป็นจำนวนมากของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา จนทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น เฉพาะแค่ราคาอาหารก็ปรับตัวสูงขึ้นถึง 10.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554
อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนหน้านี้ได้มีสัญญาณส่งออกมาเตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า ภาวะเงินเฟ้อของจีนจะกลับมาอยู่ในอัตราที่สูง เนื่องจากดัชนีชี้วัดราคาของผู้บริโภค (ซีพีไอ) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนภาวะเงินเฟ้อในอนาคตของประเทศในรอบเดือน ธ.ค. 2554 นั้นเพิ่มสูงขึ้น 4.1% หลังจากที่ปรับตัวลดลงติดต่อกันมา 5 เดือน
“อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นผลกระทบโดยตรงจากการออกมาจับจ่ายใช้สอยของผู้คนจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าอัตราเงินเฟ้อที่แสดงออกมาอยู่ในปริมาณที่เกินความคาดหมายไว้ที่ 4.1%” ไบรอัน แจ๊กสัน นักวิเคราะห์อาวุโสแห่งธนาคารรอยัล แบงก์ ออฟ แคนาดา สาขาฮ่องกง กล่าว
ขณะที่ หลูถิง นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารเมอร์ริล ลินช์ ของสหรัฐระบุว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจซึ่งมีขึ้นภายหลังจากช่วงเทศกาลวันหยุดยาวอย่างตรุษจีนจะเกิดความผิดเพี้ยนและผันผวนขึ้นมา ดังนั้นนักลงทุนทั้งหลายจึงไม่ควรตื่นตระหนกและให้ความสำคัญกับตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาในครั้งนี้มากจนเกินไป
ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนก่อนหน้านั้น ที่ภาวะเงินเฟ้อของจีนมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากรัฐบาลจีนได้นำนโยบายการเงินแบบคุมเข้มมาบังคับใช้ โดยเฉพาะการควบคุมการปล่อยสินเชื่อและกู้ยืมในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากรัฐบาลจีนว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ







