
อียูเคาะมาตราการแก้หนี้เฟวบุ๊กเดินหน้าเข้าตลาดหุ้น
ในที่สุดผลการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ที่ผ่านมา
ในที่สุดผลการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ในที่สุดผลการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปร่วมกันจากชาติสมาชิกทั้งหมด ยกเว้นอังกฤษและสาธารณรัฐเช็กเท่านั้น ว่าจะเร่งรัดให้ข้อตกลงวินัยทางการคลังมีผลบังคับใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยคาดหมายว่าจะมีการลงนามกันในเดือน มี.ค.
ทั้งนี้ ใจความหลักของข้อตกลงที่เกิดขึ้นคือการกำหนดและบังคับให้ชาติที่ลงนามต้องไม่ดำเนินนโยบายขาดดุลงบประมาณตามที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ซึ่งหากละเมิดก็จะมีการแทรกแซง รวมถึงบทลงโทษโดยอัตโนมัติจากอียูในทันที
สำหรับอีกหนึ่งข้อตกลงที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้และเป็นการเห็นพ้องแบบเอกฉันท์จาก 27 ชาติสมาชิก คือ การอนุมัติให้ กองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) ซึ่งมีมูลค่า 5 แสนล้านยูโร มีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเร็วกว่าแผนการที่วางกันไว้ก่อนหน้านี้หนึ่งปี เพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้สาธารณะในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมผู้นำอียูก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในเรื่องการเพิ่มเงินเข้าไปในกองทุนอีเอสเอ็มให้มากขึ้น เพื่อรองรับวิกฤตหนี้ตามที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เสนอ
ทั้งนี้ แม้ผู้นำเยอรมนีจะไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับการเพิ่มเงินในกองทุนอีเอสเอ็ม แต่ก็ใช้วิธีผัดผ่อนออกไป โดยกล่าวสั้นๆ ว่า เรื่องนี้จะเก็บไว้พิจารณาในที่ประชุมครั้งหน้าที่จะมีขึ้นในเดือน มี.ค.
เฟซบุ๊กเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ได้รับการจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือ การที่เฟซบุ๊ก ผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ
ในเบื้องต้นเฟซบุ๊กได้ตั้งเป้าระดมทุนไว้สูงถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 แสนล้านบาท) ซึ่งหากสำเร็จจะทำให้หุ้นเฟซบุ๊กขึ้นแท่นหุ้นไอพีโอในกลุ่มอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตในสหรัฐที่มีมูลค่าสูงที่สุดแซงหน้ากูเกิล ที่ระดมทุนได้ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการออกหุ้นไอพีโอในปี 2547
ทั้งนี้ ทางบริษัทได้เลือก มอร์แกน สแตนเลย์ ธนาคารชั้นนำของสหรัฐ เพื่อเป็นแกนนำในการออกไอพีโอบริษัท (อันเดอร์ไรเตอร์) โดยนักวิเคราะห์คาดว่าหุ้นของบริษัทจะเข้าตลาดหลักทรัพย์กลางปีนี้ เนื่องจากในการทำไอพีโอนั้นบรรดากองทุนขนาดใหญ่ เช่น กองทุนรวม หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญจะมีสิทธิซื้อหุ้นก่อน รวมทั้งลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์ด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้เฟซบุ๊กจะเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทมหาชน ทว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งก็ยังคงเป็นผู้กุมอำนาจบริหารมากที่สุด โดยถือหุ้นใหญ่อยู่ที่ 28.4% ส่งผลให้มีอำนาจในการออกเสียงภายในบริษัทมากถึง 57%
‘รอมนีย์’ คว้าชัยไพรมารีที่ฟลอริดา
มิตต์ รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ วัย 64 ปี คว้าชัยในการหยั่งเสียงข้างต้นแบบไพรมารีที่รัฐฟลอริดาของสหรัฐ นับเป็นชัยชนะครั้งที่ 2 ภายหลังสามารถกวาดคะแนนเสียงที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา จนบรรดานักวิเคราะห์ต่างยกให้เป็นตัวเก็งที่จะคว้าสิทธิเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงชิงชัยประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.ปีนี้
สำหรับคะแนนที่ รอมนีย์ ได้รับชัยชนะมานั้นอยู่ที่ 47% จากคะแนนเสียงทั้งหมด ขณะที่ นิวต์ กิงริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งคว้าชัยในการหยั่งเสียงที่รัฐเซาท์แคโรไลนา ได้คะแนนตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 32% ส่วน ริก แซนโทรัม และรอน พอล มาเป็นที่ 3 และ 4 ตามลำดับ ซึ่งภายหลังการนับคะแนนสิ้นสุดลง รอมนีย์ ได้ขึ้นประกาศชัยชนะต่อกลุ่มผู้สนับสนุน โดยเจ้าตัวได้ย้ำชัดว่าพร้อมที่จะเป็นผู้นำพรรคและประเทศ
llยุโรปเผชิญภัยหนาวผิดปกติ ยอดดับเกิน 200
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนหลายประเทศในทวีปยุโรปต่างต้องเผชิญกับภัยหนาวครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกและยุโรปตอนกลางนั้นมีการพบผู้เสียชีวิตจากภัยหนาวมากที่สุด ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มักเป็นคนที่ไร้ที่อยู่อาศัย
รายงานข่าวระบุอีกว่า นับตั้งแต่ภัยหนาวดังกล่าวพัดเข้าถล่มในยุโรปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้านั้นก็ทำให้ในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากการที่อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำเกินไปมากกว่า 220 คนแล้ว เฉพาะแค่ในยูเครนก็มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 คน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า หลายประเทศในยุโรปก็เกิดเหตุพายุหิมะและพายุลูกเห็บเข้าพัดถล่มอย่างหนัก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก







