
ยืดเยื้อ
กลายเป็นว่า 5 วันของการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
กลายเป็นว่า 5 วันของการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
โดย..ธนพล ไชยภาษี
ที่เพิ่งรูดม่านจบลงไปเมื่อวานนี้ ประเด็นใหญ่ที่ผู้นำโลก นักวิชาการ และนักธุรกิจ เป็นห่วงกันมาก สุดก็คือ วิกฤตหนี้ยุโรป
โดยกลุ่มผู้นำโลกต่างประสานเสียงแสดงความไม่พอใจนักที่ยุโรปปล่อยให้วิกฤตครั้งนี้เรื้อรัง ยืดเยื้อมานานเกินไปเสียแล้ว ปล่อยให้กลายเป็นวิกฤตที่คุกคามการเติบโตของเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ ทั้งๆ ที่โลกเพิ่งจะฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินในสหรัฐมาไม่นานเท่าไหร่ครับ
ทำไมถึงยืดเยื้อ ตอบได้ไม่ยาก เพราะว่าไม่มีใครอยากจะเจียดเงินเข้าไปช่วยยุโรปอีกแล้ว แม้กระทั่งสมาชิกกลุ่มยูโรโซนเอง เลยทำให้ปัญหานั้นกลายเป็นวิกฤตห่วงโซ่ผูกปมไว้หลายขยัก การแก้ไขเลยยากเย็นแสนเข็ญครับ
เริ่มต้นจากวิกฤตหนี้กรีซ ที่ต้องการเงินช่วยเหลือก้อนที่ 2 อย่างเร่งด่วน โดยกลุ่มผู้นำยุโรปยืนพื้นไว้ที่ 1.3 แสนล้านยูโร แต่เงินจำนวนดังกล่าวจะไม่ได้มาจากสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟเสียทีเดียว ซึ่งมีข้อแม้ว่ากลุ่มเจ้าหนี้จะต้องยอมลดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง ยอมที่จะต้องหั่นมูลค่าสินทรัพย์ของตัวเองลง และให้กรีซออกพันธบัตรชุดใหม่ออกมา ซึ่งมีผลตอบแทนน้อยกว่าที่เป็นอยู่
วิธีดังกล่าวจะช่วยลดภาระกรีซได้มากถึง 1 แสนล้านยูโรครับ และช่วยให้กรีซหายใจหายคอได้ในระยะยาว แต่ก็จะก่อให้ผลกระทบกับเหล่าเจ้าหนี้กรีซทั้งหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน ก็ต้องเสี่ยงกับสถานะทางการเงินของตัวเองที่จะง่อนแง่นลงไปทันที
สาเหตุที่ยุโรปต้องให้เจ้าหนี้มาร่วมรับผิดชอบด้วย ก็เพราะว่าบรรดาประเทศยักษ์ใหญ่ของยูโรโซนนั้นไม่อยากจะเจียดเงินช่วยกรีซกันตรงๆ ครับ เพราะยิ่งช่วยก็อาจจะทำให้สถานะทางการคลังของตัวเองร่อยหรอลง และที่สำคัญ จะถูกกระแสต่อต้านจากประชาชนภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เข้าทำนอง ทำไมต้องเอาเงินของ “ฉัน” ไปช่วยกรีซที่ผลาญเงินกันเป็นว่าเล่นด้วย
ปัญหาก็เลยกินหางเป็นลูกโซ่แบบนี้แหละครับ ยิ่งไปกว่านั้น ยุโรปขณะนี้ยังถือว่ามีเงินไม่พอที่จะสร้างความมั่นใจได้ว่า หากเกิดอะไรขึ้นกับภาคการเงิน จะมีเงินพอไปอุดรูรั่วได้ อย่างเช่นกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ซึ่งมีมูลค่าอยู่ในขณะนี้ที่ 4.4 แสนล้านยูโรเท่านั้น เชื่อว่าหากภาคการเงินยุโรปเกิดมิดีมิร้ายขึ้นมา อีเอฟเอสเอฟจะช่วยอะไรไม่ได้เลย และที่สำคัญที่สุด กองทุนนี้เพิ่งจะถูกหั่นเครดิตลงไปเมื่อไม่นานนี้ และประเทศพี่ใหญ่อย่างเยอรมนี ก็ลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะไม่สมทบทุนเข้าเพิ่มแน่นอน
ความหวังของยุโรปก็เลยไปตกที่ไอเอ็มเอฟ หวังว่าจะเป็นที่พึ่งทางการเงินแหล่งสุดท้ายในขณะนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราเลยได้เห็นไอเอ็มเอฟขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี20 ล่ะครับ ที่ถูกมองว่าเป็นพระเอกสำหรับงานนี้ทีเดียว







