
บึ้มแบงก์ยิ่งทวีความตึงเครียด
สื่อนอกชี้ยึดทรัพย์ไม่จบปัญหาเชื่อสังคมแตกแยกลึกเกินแก้
โพสต์ทูเดย์
— สื่อต่างชาติยังจับตาสถานการณ์ในไทยใกล้ชิด เชื่อคำพิพากษาหวังประนีประนอม แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาไทยร้าวลึกได้สื่อต่างประเทศหลายสำนักยังคงติดตามสถานการณ์ในไทย ภายหลังมีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยสำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า คำพิพากษายึดทรัพย์บางส่วนนั้นอาจลดความตึงเครียดลงได้ชั่วคราว ทว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาความแตกแยกที่ร้าวลึกในไทยได้
พอล แชมเบอร์ส นักวิจัยอาวุโสด้านการเมืองไทย มหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ในเยอรมนี เปิดเผยว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ยึดทรัพย์บางส่วนนั้น นับเป็นการประนีประนอมซึ่งอาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ที่ตึงเครียดลงมาได้ ทว่าจะไม่สามารถเยียวยาความแตกแยกทางสังคมที่ฝังลึกในประเทศไทย
รายงานระบุว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีปฏิกิริยาที่โกรธเกรี้ยวตามความคาดหมายของหลายฝ่าย ภายหลังจากมีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท หรือราว 60% ของทั้งหมดนั้น ทว่าบรรดานักวิเคราะห์ต่างเชื่อว่าการคืนเงินให้บางส่วนนั้น เป็นสัญญาณชัดเจนถึงความต้องการที่จะรอมชอมกับกลุ่มผู้สนับสนุนของอดีตนายกฯ ซึ่งมีแผนจะก่อการประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ เดือนหน้า
ขณะเดียวกัน นักวิชาการจากเยอรมนียังเชื่อว่า คนทั้งสองฝ่ายอาจ มองคำพิพากษาว่าเป็นชัยชนะของตนเองกันในแต่ละแง่มุม ทว่าในท้ายที่สุด ก็อาจไม่มีผู้ชนะอย่างแท้จริง
“
คำพิพากษาช่วยให้กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ได้มีพื้นที่หายใจได้บ้าง เพื่อไม่ให้สถานการณ์ปะทุเหมือนกับภูเขาไฟระเบิด แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตามในความขัดแย้งครั้งนี้ ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้แพ้ทั้งคู่ และเกมก็จะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง” แชมเบอร์ส กล่าววันเดียวกัน หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิง เฮอรัลด์ ในออสเตรเลีย ระบุว่า เหตุระเบิด 2 ครั้งที่หน้าธนาคารกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. หลังคำตัดสินคดียึดทรัพย์นั้น ยิ่งทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ
ขณะที่หนังสือพิมพ์ ดิเอจ ในออสเตรเลีย ก็รายงานว่าคนไทยต้องเตรียมรับมือกับเหตุความวุ่นวายมากขึ้นหลังคำพิพากษา กับการเตรียมเดินขบวนประท้วงของกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 1214 มี.ค.นี้







