
เตรียมแลนดิง
อย่างที่เรียนรับใช้ท่านผู้อ่านไว้ก่อนหน้านี้
อย่างที่เรียนรับใช้ท่านผู้อ่านไว้ก่อนหน้านี้
โดย..ธนพล ไชยภาษี
ว่าในปีนี้จีนไม่อยู่ในสถานะเป็นที่พึ่งให้กับเศรษฐกิจโลกได้ เพราะกำลังง่วนอยู่กับปัญหาเศรษฐกิจภายในของตัวเอง
เมื่อสองวันก่อนตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนประจำปี 2011 อยู่ที่ 9.2% ลดลงจากปี 2010 ซึ่งอยู่ที่ 10.4%
แม้ว่าจะเป็นทิศทางที่หดตัวลง แต่ทว่าหากพิจารณาให้ดีนั้นก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ร้อนแรงเกินไปอยู่เช่นกันครับ
แต่ในขณะเดียวกันภาคการส่งออกของจีนเริ่มได้รับผลกระทบจากวิกฤตในยุโรปและสหรัฐมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อีกทั้งตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) จีนก็ปรับลดลงมาด้วย ในเดือน ธ.ค. โดยปรับลดลงมา 12.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
เรียกได้ว่าจีนก็กำลังเจอกับผลกระทบการชะลอตัวของเศรษฐกิจในยุโรปเข้าอย่างจังทีเดียว
ถามว่า ปัญหาของจีนมีอะไรบ้างในขณะนี้
ปัญหาใหญ่ที่สุดของจีนก็คือ ภาวะความร้อนแรงเกินไปของเศรษฐกิจ จนทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลกรุงปักกิ่งจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันมาหลายครั้ง
และในขณะเดียวกันก็ต้องสกัดการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่มากเกินไป ประกอบกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ผลผลิตทางการเกษตรของจีนไม่ได้ตามเป้า ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อขึ้นรุนแรงในประเทศ อีกทั้งการปล่อยกู้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มากเกินไป ก็ทำให้เกิดปัญหาฟองสบู่ขึ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์
ดังนั้น งานหนักของจีนก็คือต้องลดปัญหาเงินเฟ้อลง ด้วยการออกมาตรการควบคุมการปล่อยกู้ในภาคการเงิน แต่ไปๆ มาๆ นโยบายนี้ต้องถูกนำขึ้นโต๊ะพิจารณาด่วน เพราะหากใช้ต่อไปอาจจะทำให้เศรษฐกิจจีนหดตัวลงอย่างรุนแรงเหนือความคาดหมายครับ
จีนได้รับการขึ้นชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตของโลก เศรษฐกิจจีนได้รับการขับเคลื่อนจากภาคการผลิตและส่งออก โชคร้ายในขณะที่จีนกำลังแก้ปัญหาเงินเฟ้อในประเทศตัวเองอยู่นั้น สภาวะโลกก็เกิดวิกฤตในยุโรปขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของจีนในทันทีดังที่เห็นกัน เมื่อจีนเจอกับความเสี่ยงจากสองด้านมาปะทะกันเช่นนี้ ก็ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบนโยบายการเงินอย่างฉับพลันครับ
หากจำกันได้ เมื่อปลายปีที่แล้วจีนเพิ่งจะย้ำว่า จะเดินนโยบายทางการเงินที่รัดกุมต่อไป โดยเฉพาะการควบคุมการปล่อยกู้ของธนาคาร และการรักษาระดับเงินเฟ้อในประเทศ แต่ไม่ทันใดผ่านปีใหม่มาได้ครึ่งเดือนเท่านั้น รัฐบาลจีนก็ต้องกลับลำหันมาผ่อนคลายกฎเข้ม ยอมที่จะปล่อยให้ภาคธนาคารปล่อยกู้ได้มากขึ้นทีเดียว
ความเคลื่อนไหวของจีนในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างที่ชัดเจนทีเดียวครับ ว่าวิกฤตโลกที่จะกำลังตั้งเค้าเมฆดำอยู่ในขณะนี้น่ากลัวของจริง และอาจจะรุนแรงกว่าเมื่อปี 2008 ด้วยซ้ำ







