posttoday
ยุโรประส่ำ กองทุนอีเอฟเอสถูกหั่นเครดิต หวั่นกระทบแผนแก้หนี้

ยุโรประส่ำ กองทุนอีเอฟเอสถูกหั่นเครดิต หวั่นกระทบแผนแก้หนี้

18 มกราคม 2555

เอสแอนด์พีหั่นเครดิตกองทุนอีเอฟเอสเอฟ ผู้อำนวยการกองทุนยันยังปล่อยกู้ได้เหมือนเดิม นักวิเคราะห์เตือนอาจระดมทุนได้ยากขึ้น

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เอสแอนด์พีหั่นเครดิตกองทุนอีเอฟเอสเอฟ ผู้อำนวยการกองทุนยันยังปล่อยกู้ได้เหมือนเดิม นักวิเคราะห์เตือนอาจระดมทุนได้ยากขึ้น

บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ลง 1 ขั้น จากระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด สู่ระดับ AA+ โดยอ้างสาเหตุของการสูญเสียเครดิต AAA ของฝรั่งเศสและออสเตรีย ซึ่งเป็นสองประเทศผู้ค้ำประกันให้กับกองทุนดังกล่าว นับเป็นความกังวลล่าสุดของนักลงทุนที่มีต่อสถานการณ์วิกฤตหนี้สาธารณะยูโรโซน ซึ่งนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

“เราได้พิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของกองทุนบนพื้นฐานของอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศต่างๆ ที่เป็นผู้รับประกันกองทุนดังกล่าว” แถลงการณ์จากเอสแอนด์พี ระบุ

โดยย้ำว่ากองทุนอีเอฟเอสเอฟอาจคืนสู่สถานะ AAA อีกครั้งได้ หากมีหลักประกันหรือมาตรการเสริมความน่าเชื่อถือเพิ่มเติม

ยุโรประส่ำ กองทุนอีเอฟเอสถูกหั่นเครดิต หวั่นกระทบแผนแก้หนี้

แม้การประกาศหั่นเครดิตครั้งนี้ จะเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ภายหลังเอสแอนด์พีได้ประกาศหั่นเครดิต 9 ชาติยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทว่าก็ได้สร้างความวิตกกังวลว่าอาจส่งผลให้การแก้หนี้ยุโรปต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากการสูญเสียเครดิตระดับสูงสุดนั้น อาจส่งผลให้เกิดอุปสรรคในการระดมทุนของกองทุน ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศที่กำลังประสบกับวิกฤตหนี้

ที่ผ่านมากองทุนอีเอฟเอสเอฟสามารถระดมทุนด้วยการกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากมี 6 ประเทศยูโรโซน ซึ่งมีเครดิตที่ระดับ AAA ค้ำประกันอยู่ ซึ่งขณะนี้เหลือเพียง 4 ประเทศเท่านั้นที่ยังคงมีอันดับเครดิตในระดับสูงสุด ได้แก่ เยอรมนี ฟินแลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์

นักวิเคราะห์จึงออกโรงเตือนว่า บรรดานักลงทุนอาจหันไปลงทุนในพันธบัตรที่ออกโดยชาติที่มีเครดิต AAA แทนพันธบัตรของกองทุนอีเอฟเอสเอฟ เนื่องจากอาจมองว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่า

ด้าน เคลาส์ เรกลิง ผู้อำนวยการกองทุนอีเอฟเอสเอฟ ได้ออกแถลงทันทีที่เอสแอนด์พีมีประกาศดังกล่าว เพื่อคลายความกังวลของนักลงทุน โดยยืนยันว่าการถูกหั่นเครดิตครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อศักยภาพของกองทุนในการปล่อยเงินกู้มูลค่า 4.4 แสนล้านยูโรอย่างแน่นอน

“กองทุนอีเอฟเอสเอฟมีเงินทุนเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต จนกว่ากลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) จะเริ่มทำหน้าที่แทนกองทุนอีเอฟเอสเอฟในช่วงกลางปี 2555” เรกลิง กล่าว

ขณะเดียวกัน จุน อาซูมิ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ออกโรงยืนยันว่า พันธบัตรของกองทุนอีเอฟเอสเอฟยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะเดินหน้าซื้อพันธบัตรของกองทุนอีเอฟเอสเอฟต่อไป แม้ว่าเอสแอนด์พีจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกองทุนลงก็ตาม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ซื้อพันธบัตรที่ออกโดยกองทุนอีเอฟเอสเอฟคิดเป็นมูลค่าราว 2.1 หมื่นล้านยูโร

วันเดียวกัน เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้เข้าซื้อพันธบัตรของประเทศที่กำลังประสบวิกฤตหนี้คิดเป็นมูลค่าราว 3,760 ล้านยูโร หรือสูงกว่าการซื้อครั้งก่อนถึง 3 เท่า เพื่อช่วยรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยไม่ให้พุ่งสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม อีซีบีไม่ได้เปิดเผยว่าเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศใดบ้าง ขณะเดียวกันอีซีบียังเปิดเผยอีกว่า ธนาคารในประเทศกลุ่มยูโรโซนได้นำเงินมาฝากช่วงข้ามคืนที่อีซีบี เมื่อคืนวันที่ 16 ม.ค. โดยเงินนั้นจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 5.02 แสนล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากวันก่อนที่ 4.93 แสนล้านยูโร สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารต่างๆ เลือกที่จะเก็บรักษาเงินสดไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากกว่าที่จะปล่อยกู้ท่ามกลางวิกฤตหนี้ที่ส่อเค้าบานปลาย

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย