ทีเด็ด'สุนัขจีน'
อีกไม่กี่วันชาวจีนก็จะต้อนรับปีมังกรทองไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความชื่นมื่นกันถ้วนหน้า
อีกไม่กี่วันชาวจีนก็จะต้อนรับปีมังกรทองไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความชื่นมื่นกันถ้วนหน้า
เพราะเป็นเทศกาลหยุดยาวที่จะได้มีโอกาสกลับบ้านเกิดเมืองนอน หรือพักผ่อนยาวๆ หลังจากที่เหนื่อยล้ามาตลอดทั้งปี ถ้าจะว่ากันตามความเชื่อเรื่องดวงชะตาของชาวจีนแล้วละก็ นักษัตรที่ต้องประสบกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิตตลอดปีมังกรที่กำลังมาเยือน คงหนีไม่พ้นนักษัตรจอ หรือที่เราพูดกันติดปากว่าปีชงนั่นเอง ขึ้นชื่อว่าชงก็คงต้องโดนกันเต็มๆ อาจจะมีความหนักเบาแตกต่างกันไปบ้างตามวันเวลาและปีเกิดของชาวนักษัตรจอ เราจึงเห็นคนที่เกิดในนักษัตรดังกล่าวไปทำการสะเดาะเคราะห์เสริมดวงเป็นการใหญ่
เมื่อเอ่ยถึง “สุนัข” หลายคนต่างยอมรับว่าเป็นสัตว์คู่ทุกข์คู่ยากและเพื่อนยามเหงาที่รู้ใจคนเป็นยิ่งนัก จุดเด่นในเรื่องความซื่อสัตย์และรักเจ้านายแบบยอมถวายชีวิต ถือเป็นสิ่งน่าชื่นชมของสัตว์โลกตัวนี้ เชื่อกันว่าหากมีสุนัขพลัดหลงเข้ามาในบ้านโดยมิได้ตั้งใจ เจ้าของบ้านที่มีความเชื่อแบบจีนโบราณก็จะรู้สึกดีอกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะการมาเยือนของเจ้าหมาน้อยเป็นนิมิตที่ดีซึ่งบอกเป็นนัยว่าความมั่งคั่งกำลังมาเยือน ดังภาษิตจีนที่ว่า “แมวมาพบพานความยากจน สุนัขมาพบพานความร่ำรวย” แต่ใช่ว่าสุนัขจะเป็นตัวแทนของสิ่งดีๆ เสมอไป เพราะชาวจีนมักเปรียบสิ่งที่เลวร้ายหรืออยู่ในระดับล่างๆ ว่าเป็นสุนัข จึงไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เท่าใดนักหากใครจะถูกนำไปเปรียบกับนักษัตรตัวนี้
ในบรรดาสุนัขนานาพันธุ์ที่ชาวจีนเลี้ยงกันอยู่นั้น มีอยู่ชนิดหนึ่งที่โดดเด่นและเป็นที่กล่าวขานกันอย่างมาก เจ้าสุนัขชนิดที่ว่านี้มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Tibetan Mastiff หรือเรียกกันในภาษาจีนว่า จั้งเอ๋า ส่วนชาวทิเบตจะเรียกว่า “ตัวฉี่” ถือเป็นสัตว์สงวนประเภทที่ 2 ของจีนและยังจัดเป็นสัตว์หายากของโลกอีกด้วย ราวสองพันกว่าปีก่อนจั้งเอ๋าอาศัยอยู่ตามแถบเทือกเขาหิมาลัย รวมถึงบริเวณที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่าสามพันเมตร ชนิดที่พบเห็นทั่วไปแบ่งเป็นชนิดที่มีศีรษะรูปสิงโตและเสือ
สุนัขชนิดนี้จะมีศีรษะใหญ่เป็นรูปเหลี่ยม หน้าผากกว้าง นัยน์ตาสีดำอมเหลือง ริมฝีปากค่อนข้างหนา ลิ้นใหญ่ มีความสามารถในการฟังและการมองที่ลึกล้ำ ฟันแหลมคมมาก แต่ก็มีใบหูเล็กที่คล้อยลงด้านล่าง หางใหญ่และบิดไปด้านข้าง โดยมากมักมีขนสีดำ รูปร่างกำยำ นิสัยดูดุดันและกล้าหาญ มีความจำเป็นเลิศ แค่ผ่านตาเพียงครั้งเดียว ก็จะจำจนขึ้นใจ ด้วยความเป็นสุนัขตัวใหญ่ จึงต้องหาที่โล่งกว้างไว้สำหรับประกอบกิจกรรมยามว่าง เรื่องที่น่าแปลกคือ หากปล่อยให้อยู่ในอาคารสถาน ก็จะอยู่อย่างสงบเสงี่ยม แตกต่างจากสภาวะที่เริงร่าอยู่ข้างนอกอย่างสิ้นเชิง
แต่ก็มีความเป็นสัตว์ป่าอยู่พอตัว ถือเป็นสุนัขชนิดเดียวในโลกที่ไม่เกรงกลัวสัตว์ป่านานาชนิดก็ว่าได้ จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งสุนัข” (ยิ่งในเขตเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน จั้งเอ๋า 1 ตัว สามารถดูแลความปลอดภัยของแพะหลายร้อยชีวิต ความดุดันของจั้งเอ๋าที่โตเต็มที่ อยู่ในระดับที่สามารถสู้รบปรบมือกับหมาป่าถึง 3 ตัว แต่จะลงท้ายด้วยความปราชัยของใคร ก็ขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของร่างกายในขณะนั้น)
หากไปพบเห็นจั้งเอ๋าโดยบังเอิญ จะสร้างความรู้สึกหวาดกลัวให้แก่ผู้ที่พบเห็น เพราะสัตว์ชนิดนี้ไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าเท่าใดนัก ตรงกันข้าม มันจะจงรักภักดีและให้ความเป็นกันเองอย่างมากกับเจ้าของ นับเป็นสุนัขป้องกันตัวที่น่าฝากความหวังไว้ เพราะสามารถเป็นเกราะกำบังเจ้าของจากภยันตรายและศัตรูที่เข้ามากล้ำกราย ด้วยเหตุนี้สุนัขตัวนี้จึงเริ่มกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความปลอดภัยในสายตาของผู้ที่คลุกคลีด้วย
เราจะพบว่าจั้งเอ๋าที่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองทิเบตและมณฑลชิงไห่ จะมีขนดกและยาว มีความทนทานต่อสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ สามารถนอนหลับในสภาพอากาศที่เป็นน้ำแข็งหิมะ เก่งกาจในการสู้รบปรบมือกับศัตรู มีการเปรียบความแข็งแกร่งของสุนัขชนิดนี้ว่าเหมือนวัว เสียงคำรามก็น่าเกรงขามราวกับสิงโต ชาวทิเบตขนานนามว่าเป็น “สุนัขสวรรค์” หลังจากที่ชาวตะวันตกเริ่มศึกษาประวัติความเป็นมาและการดำรงชีวิตของมันแล้ว ต่างลงความเห็นว่าสมควรยกย่องจั้งเอ๋าให้เป็น “สุนัขเทพแห่งดินแดนตะวันออก” ทำให้จั้งเอ๋าเป็นสุนัขที่มีระดับในสายตานักธุรกิจค้าสุนัข
ชนิดที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจะอาศัยอยู่ในเหอฉวี่ เขตปกครองตนเองทิเบต เหตุเพราะเป็นพันธุ์ที่ยังคงลักษณะเด่นของจั้งเอ๋าแถบเทือกเขาหิมาลัยไว้หลากหลายประการ สังเกตง่ายๆ จากขนแผงที่แน่นหนาคล้ายสิงโตแอฟริกัน แผ่นอกกว้าง ดวงตามีพลัง แน่นอนว่าการอาศัยอยู่ในภูมิประเทศและภูมิอากาศที่โหดร้าย หล่อหลอมให้จั้งเอ๋าแถบนี้มีนิสัยดุร้ายและห้าวหาญกว่าสุนัขชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ในแหล่งอื่น ส่วนชนิดที่อาศัยอยู่แถบที่ราบสูงชิงไห่ จะไม่มีขนแผง มีขนค่อนข้างสั้น แต่มีลำตัวขนาดใหญ่มาก ว่ากันว่าสุนัขชนิดนี้มีความดุดันกว่าชนิดแรกหลายเท่า
หลายศตวรรษที่ผ่านมา จั้งเอ๋าปฏิบัติภารกิจในการปกป้องฝูงวัวและฝูงแพะได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ยังมีประสาทสัมผัสเกี่ยวกับเหตุการณ์หิมะถล่ม แผ่นดินไหวที่ค่อนข้างแม่นยำ และด้วยคุณสมบัติเหนือสุนัขหลากหลายพันธุ์ในโลกนานัปการนี้เอง ส่งผลให้สัตว์ชนิดนี้มีราคาสูงลิ่วในตลาดสากล ทว่า ขณะที่หลายประเทศต่างให้ความสนใจในการแพร่พันธุ์สุนัขชนิดนี้ ประเทศจีนกลับมองข้าม ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และการค่อยๆ สูญหายของจั้งเอ๋าพันธุ์ดี เป็นเหตุให้ประสบกับภาวะหายากจนต้องบัญญัติให้เป็นสัตว์สงวนดังที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง
ราวสองพันกว่าปีก่อน สุนัขพันธุ์ดังกล่าวเริ่มเข้าสู่ประเทศกรีซและอาณาจักรโรมันตามลำดับ และเข้าสู่ทวีปยุโรปด้วยการนำเข้าของชนเผ่าสลาฟ ด้วยเหตุนี้เราจึงพบเห็นจั้งเอ๋าได้ในหลากหลายประเทศ ความผูกพันระหว่างจั้งเอ๋ากับชาวทิเบตแนบแน่นมาก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนยากที่ร่วมผจญภัยในการข้ามภูเขาหิมะ การปีนเนินน้ำแข็ง การเผชิญหน้ากับหมาป่าที่กำลังหิวโซ การไล่ล่าหมาป่าที่มาคาบเหยื่อ จั้งเอ๋าก็จะบุกน้ำลุยไฟ และพร้อมจะพลีชีพให้เจ้านายได้ทุกเมื่อ ความสำคัญของสุนัขที่มีต่อชาวทิเบตนั้นมีมาตั้งแต่ยุคบรรพกาลแล้วดังเห็นได้จากโทเท็มรูปสุนัขตามผนังถ้ำ แสดงให้เห็นถึงการให้ความเคารพในสัตว์ชนิดนี้มาเป็นเวลานาน ถือเป็นสัตว์ที่อยู่คู่สังคมจีนและวิถีชีวิตของชาวทิเบตมาช้านาน
สุนัขพันธุ์แปลกและหายากเช่นนี้ ถือเป็นสัตว์โลกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้ธำรงอยู่บนโลกใบนี้ตราบนานเท่านาน


