
พบไอซ์เบิร์กก้อนยักษ์ขวางน้ำทำอากาศเปลี่ยน
ภูเขาน้ำแข็งก้อนมหึมาหลุดจากขั้วโลกใต้ ขวางทางกระแสน้ำส่งผลให้สภาพอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลง
นักวิจัยฝรั่งเศสเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ภูเขาน้ำแข็งซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับประเทศลักเซมเบิร์กได้กะเทาะออกจากธารน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ และกำลังจะขวางทางของกระแสน้ำซึ่งจะส่งผลต่อการไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรทั่วโลก และจะส่งผลต่อสภาพอากาศที่จะเปลี่ยนไปด้วย
ก้อนน้ำแข็งดังกล่าวมีขนาด 2,550 ตารางกิโลเมตร ได้กะเทาะออกจากธารน้ำแข็งกลาเซียลงในมหาสมุทร โดยอยู่ทางด้านตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติก ทางใต้ของนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งภูเขาน้ำแข็งหรือไอซ์เบิร์กดังกล่าวนี้มีความหนาถึง 400 เมตร และมีมวลน้ำที่สามารถเติมใส่อ่าวซิดนีย์ได้มากถึง 100 เท่าตัวทีเดียว
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การกะเทาะออกมาของภูเขาน้ำแข็งก้อนนี้ได้ส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ดังกล่าวอย่างรุนแรงโดยเฉพาะนักเพนกวินจักรพรรดิ
นักวิทยาศาสตร์ระบุด้วยว่า ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้กำลังถูกดันออกมาเรื่อยๆ โดยมีแรงดันจากภูเขาน้ำแข็งอีกลูกหนึ่งชื่อรหัสว่า บี9บี ซึ่งหลุดออกมาตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งการกะเทาะออกของภูเขาน้ำแข็งทั้งสองลูกดังกล่าวนั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนอันเกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ทำให้ธารน้ำแข็งกะเทาะออกมา
ทั้งนี้ การกะเทาะออกมาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทร ซึ่งอาจจะทำให้ฤดูร้อนกินเวลายาวนานขึ้น และอุณหภูมิก็จะสูงขึ้นด้วย
“
เห็นได้ชัดว่า เมื่อกระแสน้ำอุ่นขึ้น ปลายแหลมของธารน้ำแข็งเหล่านี้ก็จะเปราะบางมากขึ้นตามไปด้วย” เบอนัวต์ เลอเกรซี นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส กล่าวทั้งนี้ ตามธรรมชาติภูเขาน้ำแข็งจะสลายตัวลงไปเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะลอยไปในทิศทางใด ซึ่งหากลอยเข้าสู่มหาสมุทรลึกก็จะละลายไปเอง แต่ถ้าหากยังอยู่บริเวณพื้นที่ขั้วโลกก็จะอยู่นาน และจะไปขวางกั้นกระแสน้ำด้วย







