
ศก.ไทยเสรีมากขึ้นสวนทางโลกแย่ลง
รั้งอันดับ60โลกดีขึ้นกว่าปีก่อนฮ่องกงยังรั้งแชมป์ศก.เสรีสูงสุด
รั้งอันดับ60โลกดีขึ้นกว่าปีก่อนฮ่องกงยังรั้งแชมป์ศก.เสรีสูงสุด
จัดอันดับความมีเสรีทางเศรษฐกิจโลก ไทยอันดับดีขึ้น สวนทางกับกระแสทั่วโลกที่กำลังลดลง เหตุหลายชาติใช้แผนกระตุ้นไร้ทิศทาง
เฮอร์ริเทจ ฟาวน์เดชัน สถาบันด้านวิชาการและการวิจัยนโยบายด้านสาธารณะของสหรัฐ เปิดเผยรายงานประจำปีว่า ด้วยดัชนีชี้วัดเสรีภาพทางเศรษฐกิจของ 184 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสำนักข่าววอลสตรีต เจอร์นัล ว่าในปี 2554 ที่ผ่านมา ความมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจของไทยมีมากขึ้น โดยได้รับคะแนนอยู่ที่ 64.9 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.2 คะแนน
คะแนนดังกล่าวทำให้ไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเสรีมากที่สุดเป็นอันดับที่ 60 ของโลก และเป็นที่ 10 ของภูมิภาคเอเชีย
ส่วนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ 1 ก็ยังคงเป็น ฮ่องกง อยู่เช่นเดิม โดยมีคะแนนอยู่ที่ 89 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่มากกว่าปีที่แล้วอยู่ 0.2คะแนน และตามมาด้วยอันดับ 2 คือ สิงคโปร์ ที่ได้ 87.5 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่มากกว่าปีก่อน 0.3 คะแนน ส่วนในอันดับรองลงมาจากนั้นได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ แคนนาดา ชิลี ตามลำดับ
ขณะที่ ประเทศอภิมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง สหรัฐ นั้น กลับถูกปรับลดอันดับลงไปอยู่ที่ 10 โดยได้คะแนนอยู่ที่ 76.3 ซึ่งมีคะแนนลดลง 1.5 คะแนน จากปีที่แล้ว
ทางด้าน จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่รองลงมานั้นได้รับการจัดอันดับไว้อยู่ที่ 138 ของโลก โดยได้คะแนน 51.2 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยลงจากปีก่อน 0.8 คะแนน
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของดัชนีความมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจของทั่วโลกของปี 2554 นั้นกลับมีคะแนนที่ลดลง ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่มีการปรับลดลงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีเสรีภาพทางเศรษฐกิจทั่วโลกในภาพรวมนั้นปรับลดลงก็คือ การที่รัฐบาลในหลายๆ ประเทศใช้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยขาดซึ่งการวางแผนที่ดีและขาดความรอบคอบอย่างเพียงพอจนทำให้มาตรการดังกล่าวที่ออกมานั้นต้องประสบกับความล้มเหลวในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจดังกล่าว
สำหรับเกณฑ์ที่นำมาใช้ชี้วัดเพื่อให้คะแนนและทำการจัดอันดับของแต่ละประเทศดังกล่าว ได้แก่ เกณฑ์การชี้วัดความเป็นประเทศที่มีการเคารพกฎหมายหรือระบบนิติรัฐ เกณฑ์การเข้าถึงตลาดว่าทำได้ยากหรือง่ายเพียงไร ตลอดจนถึงกฎกติกาที่มีอยู่นั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ และขนาดและบทบาทของรัฐบาลต่อระบบเศรษฐกิจว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด







