
ศึกเลือกตั้งสหรัฐเข้ม รอมนีย์ แรง คว้าชัยไพรมารี นิวแฮมป์เชียร์
มิตต์ รอมนีย์ คว้าชัยในการหยั่งเสียงที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ตัวเก็งเป็นตัวแทนพรรคชิงประธานาธิบดีปลายปีนี้
มิตต์ รอมนีย์ คว้าชัยในการหยั่งเสียงที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ตัวเก็งเป็นตัวแทนพรรคชิงประธานาธิบดีปลายปีนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
มิตต์ รอมนีย์ คว้าชัยในการหยั่งเสียงที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ตัวเก็งเป็นตัวแทนพรรคชิงประธานาธิบดีปลายปีนี้ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ การเลือกตั้งกำลังเข้มข้นกลุ่มอนุรักษนิยมเร่งหาแผนทำลายรอมนีย์
รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ และนักธุรกิจวัย 64 ปี คว้าชัยในการหยั่งเสียงขั้นต้นแบบไพรมารีที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ โดยชนะคู่แข่งแบบขาดลอยด้วยคะแนนเสียงเกือบ 40% นับเป็นการชนะครั้งที่ 2 ติดต่อกัน จนบรรดานักวิเคราะห์ต่างยกให้เป็นตัวเก็งที่จะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากประธานาธิบดี บารัก โอบามา ปลายปีนี้
ภายหลังการหยั่งเสียงสิ้นสุดลง รอมนีย์ได้ประกาศชัยชนะพร้อมกล่าวขอบคุณชาวนิวแฮมป์เชียร์ที่เทคะแนนเสียงให้ตน
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้ออกโรงโจมตีประธานาธิบดี บารัก โอบามา ว่า ล้มเหลวในการรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับชาวอเมริกัน ซึ่งเห็นได้จากจำนวนชาวอเมริกันตกงานที่สูงเกือบ 24 ล้านคน และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงเท่าเศรษฐกิจของประเทศ
“ประธานาธิบดีโอบามากำลังหมดข้อแก้ตัวแล้ว และผมขอให้ประชาชนในเซาท์แคโรไลนาร่วมกับชาวรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ทำให้วาระของประธานาธิบดีโอบามาหมดลงในปี 2555” รอมนีย์ กล่าว
สำหรับผู้สมัครที่มีคะแนนเป็นอันดับ 2 ได้แก่ รอน พอล สส.รัฐเทกซัส โดยได้รับคะแนน 23% ด้าน จอห์น ฮันตส์แมน อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีน มาเป็นอันดับ 3 ที่ 17% และ นิวต์ กิงริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ รั้งอันดับ 4 ด้วย 9%
ขณะที่ ริก แซนทอรัม ซึ่งเคยมาแรงจนเกือบเบียดเอาชนะรอมนีย์เมื่อครั้งหยั่งเสียงที่รัฐไอโอวา หล่นมาอยู่อันดับ 5
ด้านนักวิเคราะห์ต่างยกให้รอมนีย์เป็นตัวเก็งที่จะได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือน พ.ย.นี้ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวกำลังมาแรงก็คือ ความสำเร็จและประสบการณ์ด้านธุรกิจ ซึ่งรอมนีย์ได้ชูเป็นจุดขายมาโดยตลอด ชาวอเมริกันจึงมองว่า รอมนีย์คือผู้ที่จะสามารถกอบกู้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ และเป็นผู้สมัครรีพับลิกันคนเดียวที่พอจะต่อกรกับโอบามาได้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่า บททดสอบที่แท้จริงของรอมนีย์อยู่ที่การหยั่งเสียงครั้งต่อไปที่รัฐเซาท์แคโรไลนาในวันที่ 21 ม.ค. เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวคริสต์อนุรักษนิยม ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเทคะแนนให้กับผู้สมัครจากกลุ่มการเมืองอนุรักษนิยมสุดโต่งในพรรครีพับลิกันอย่างกลุ่มทีปาร์ตี้ ไม่ว่าจะเป็น ริก แซนทอรัม หรือ นิวต์ กิงริช
เส้นทางสู่การเลือกตั้งในช่วงเวลาต่อไปนี้ จึงเต็มไปด้วยความเข้มข้นและดุเดือด เพราะผู้สมัครรายอื่นจำเป็นต้องยกระดับการหาเสียงและเพิ่มการโจมตีรอมนีย์ เพื่อไม่ให้เจ้าตัวคว้าชัยใน 3 รัฐติดต่อกัน
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ รายงานว่า ขณะนี้กำลังเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในกลุ่มนักเคลื่อนไหวหัวอนุรักษนิยม เนื่องจากต่างฝ่ายกำลังคิดแผนการทำลายรอมนีย์
เพราะชัยชนะในรัฐทางตอนใต้ ซึ่งมีกลุ่มอนุรักษนิยมเป็นเสียงส่วนใหญ่นั้น อาจหมายถึงการชนะการหยั่งเสียงของรอมนีย์แบบม้วนเดียวจบ
ที่ผ่านมานั้น หากเทียบกับผู้สมัครรายอื่นแล้ว รอมนีย์ถือได้ว่าเป็นผู้สมัครที่มีข่าวฉาวน้อยมาก ดังนั้นคู่แข่งของรอมนีย์จึงต้องหันมาโจมตีจุดแข็งของรอมนีย์แทน ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหารอมนีย์ว่า เป็นนักธุรกิจหัวทุนนิยมที่เคยปลดพนักงาน ออกเป็นจำนวนมาก หรือการเป็นนักธุรกิจใจดำที่มักคำนึงแต่ผลกำไรของการลงทุน
ขณะเดียวกันหลายฝ่ายยังนำประเด็นเรื่องศาสนามาโจมตีรอมนีย์ โดยกล่าวหาว่ารอมนีย์ไม่ได้มีความคิดเชิงอนุรักษนิยมอย่างที่เจ้าตัวกล่าวอ้างมาโดยตลอด
ดังนั้น นักวิเคราะห์จึงมองว่า หากรอมนีย์สามารถผ่านบททดสอบสุดหินที่รัฐเซาท์แคโรไลนาได้ ก็นับเป็นการปูทางสู่การเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันอย่างสดเลยทีเดียว







