posttoday
น่าผิดหวัง

น่าผิดหวัง

11 มกราคม 2555

ผลการหารือระหว่างประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรี แองเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี

ผลการหารือระหว่างประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรี แองเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี

โดย..ธนพล ไชยภาษี

เมื่อคืนวานนี้ ค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะไม่มีอะไรใหม่เท่าไหร่ และสิ่งที่ผู้นำทั้งสองเรียกร้องออกมาก็ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ยากเสียด้วย นั่นก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรป

ดังที่เคยรับใช้ท่านผู้อ่านมาหลายต่อหลายครั้งว่า ปัญหาหนี้ในยุโรปหาทางออกได้ยาก เพราะปัจจัยสำคัญประการหนึ่งก็คือ เพราะเศรษฐกิจไม่โต แต่ละชาติยูโรโซนส่งท้ายปีที่แล้วด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่

ต้องยอมรับกันว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาห่วงโซ่ที่โยงกันไปมาผูกเงื่อนขัดปมกันมั่วไปหมด เศรษฐกิจของยุโรปไม่โต เป็นเพราะมาจากทั้งปัจจัยทั้งจากภายนอก และภายในครับ

ปัจจัยภายนอกก็คือ เศรษฐกิจโลกค่อนข้างที่จะซบเซาไม่น้อย เพราะสหรัฐก็ฟื้นตัวไม่เต็มที่ เศรษฐกิจจีนก็อยู่ในช่วงขาลง อีกทั้งเอเชียก็มุ่งมั่นที่จะหันมาค้าขายกันเต็มที่มากกว่าเดิม แรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจโลกที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจยุโรปเดินหน้านั้นจึงหาไม่ค่อยมีเท่าไหร่ครับ

ส่วนปัจจัยภายใน ภาคธนาคารยุโรปกำลังเจอกับสภาวะง่อนแง่นอยู่แล้วจากความเสี่ยงที่พันธบัตรหลายประเทศอาจจะเป็นหนี้เสียได้ โดยเฉพาะกรีซ ทำให้ธนาคารต่างๆ ปล่อยกู้น้อยลง เมื่อปล่อยกู้น้อยก็ส่งผลกระทบต่อระบบหมุนเวียนทางธุรกิจโดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อันเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของชาติยูโรโซนหลายประเทศ เช่น สเปน

หนำซ้ำแม้ว่าเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะเปิดประมูลเงินกู้ไม่จำกัดจำนวนระยะ 3 ปี ซึ่งได้รับการตอบรับจากภาคธนาคารอย่างล้นหลาม แต่เชื่อว่าเงินที่ธนาคารต่างๆ กู้ไปนั้นจะไม่ถูกนำไปปล่อยกู้ หรือเข้าซื้อพันธบัตรใดๆ อย่างแน่นอน แต่จะถูกเก็บเอาไว้เพื่อเสริมทุนของธนาคารเองต่างหากครับ

การกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรปในปีนี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องยากเป็นงานหินอย่างที่สุด อีกทั้งอุปสรรคสำคัญอีกประการก็คือ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่มีหน้าที่เหมือนกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะพิมพ์แบงก์หว่านเงินออกมาได้ง่ายๆ เหมือนนโยบายคิวอีของสหรัฐ และอีซีบี ก็ไม่ยอมรับซื้อสินทรัพย์ที่มีปัญหาจากภาคเอกชนเหมือนกับที่เฟดทำด้วย

ท่าทีของ แมร์เกิล และซาร์โกซี ที่เห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรปนั้นเป็นกุญแจสำคัญของทางออกในวิกฤตหนี้นั้นจึงเป็นเรื่องที่เกิดได้ยากจริงๆ ครับ เพราะปัจจัยสภาวะแวดล้อมรอบด้านของยุโรปมืดมนจริงๆ

และสุดท้าย ดูเหมือนว่ายุโรปหลังจากที่พึ่งอีซีบีไม่ได้ ก็กำลังหันหน้าไปพึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหามากขึ้นกว่าเดิม

อีกทั้งต่อไปนี้ จาก 2 พี่ใหญ่ที่เป็นผู้นำในการแก้ปัญหาคือ “ซาร์โกซีแมร์เกิล” นั้น น่าจะไปเป็น “แมร์เกิลลาการ์ด” (คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ) อีกด้วย เพราะซาร์โกซีจะต้องเจอกับศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีในกลางปีนี้ครับ

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย