
ฟิทช์ชี้ธุรกิจทั่วโลกส่อล้ม
ความเสี่ยงปีนี้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหตุวิกฤตศก.ดันหนี้เอกชนพุ่ง
ความเสี่ยงปีนี้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหตุวิกฤตศก.ดันหนี้เอกชนพุ่ง
นักวิเคราะห์เตือน ในปี 2555 ธุรกิจขนาดใหญ่และกลางทั่วโลกมีสิทธิล้มละลายเกือบ 2 เท่าจากปีก่อน
เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น มันนี่ เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์เมื่อวันที่ 5 ม.ค. โดยอ้างนักวิเคราะห์หลายสำนักว่าธุรกิจขนาดใหญ่และกลางทั่วโลกมีความเสี่ยงสูงที่จะล้มละลายในปี 2555 ท่ามกลางวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปที่กำลังฉุดเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวอย่างหนัก
ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับชื่อดังออกโรงเตือนว่า ในปีนี้แนวโน้มที่ธุรกิจทั่วโลกจะล้มละลายนั้นสูงกว่าปีก่อนถึง 2 เท่า โดยคาดว่าโอกาสที่เอกชนจะผิดชำระหนี้ปีนี้สูงถึง 3% จาก 1.4% ในปี 2554 และ 1.3% ในปี 2553
ด้าน โจนาธาน เฮนส์ ทนายความฝ่ายคดีล้มละลายจากบริษัท เคิร์กแลนด์ แอนด์ เอลลิส ระบุว่า ในปี 2554 บริษัทหลายแห่งไม่ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร “เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา แทนที่จะปรับโครงสร้างองค์กร หลายบริษัทกลับเลือกที่จะแก้ปัญหาระยะสั้นแทน ส่งผลให้เสี่ยงต่อการล้มมากขึ้น” เฮนส์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทที่เสี่ยงล้ม คือ บริษัทที่ถือครองพันธบัตรผลตอบแทนสูงและเครดิตต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดกลางที่มีมูลค่าระหว่าง 200-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากการปรับโครงสร้างหนี้ของธุรกิจเหล่านี้มักเป็นไปอย่างยากลำบาก
“ปัจจุบันไม่มีใครอยากลงทุนในบริษัทเหล่านี้” ฮาร์วี มิลเลอร์ ทนายความจากบริษัทกฎหมาย วีล กอตชาล แอนด์ เมนจ์ กล่าว โดยมองว่าผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบรรดาเฮดจ์ฟันด์ช่วงปีที่ผ่านมา ก็นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้มีการหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทประเภทนี้
ธุรกิจที่เสี่ยงที่สุด คือ ธุรกิจประเภทร้านอาหาร ค้าปลีก และผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค
อย่างไรก็ตาม มิลเลอร์ มองว่าการล้มละลายของธุรกิจต่างๆ ในปีนี้จะไม่ก่อให้เกิดความโกลาหลเหมือนเมื่อปี 2552 ที่เกิดหนี้เสียมากถึง 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งได้ยื่นล้มละลาย ภายหลังไม่สามารถแบกรับหนี้มหาศาลได้ ไม่ว่าจะเป็นสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส บริษัท ไดเนอร์จี ซึ่งเป็นบริษัทค้าพลังงาน และธุรกิจร้านอาหารอย่าง เฟรนด์ลีส์ ในสหรัฐ
ล่าสุด เซียร์ โฮลดิงส์ คอร์ป บริษัทแม่ของ เซียร์ส โรบัก แอนด์ โค และเคมาร์ท ห้างค้าปลีกชั้นนำในสหรัฐ ประกาศปิดห้างค้าปลีกราว 100-120 แห่ง ท่ามกลางข่าวลือที่ว่าบริษัทอาจยื่นฟ้องล้มละลายในปีนี้
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า โกดัก บริษัทผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพชื่อดังอาจก้าวเข้าสู่ภาวะล้มละลายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังต้องประสบปัญหาด้านการแข่งขันอย่างหนัก โดยข่าวดังกล่าวก็ได้ส่งผลให้หุ้นของโกดักที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงถึง 28% เมื่อปิดตลาดวันที่ 4 ม.ค. หลังร่วงลงเกือบ 90% ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา







