
ยัน10ปียูโรคือความสำเร็จ
ยุโรปยังมุ่งระบบสกุลเงินเดียวแต่ผู้นำต้องเร่งแก้ไขวิกฤตหนี้
ยุโรปยังมุ่งระบบสกุลเงินเดียวแต่ผู้นำต้องเร่งแก้ไขวิกฤตหนี้
ยุโรปรับเงินยูโรคือแบบอย่างความสำเร็จ เร่งผู้นำรวมใจเป็นหนึ่ง ฝ่าวิกฤตหนี้เรียกความเชื่อมั่น ด้านสเปนสุดอั้น ตัดลดค่าใช้จ่ายเพิ่ม หลังตัวเลขขาดดุลส่อแววพุ่งเกิน 8%
รอยเตอร์ส รายงานโดยรวบรวมคำกล่าวของนักการเมือง นักวิเคราะห์ และนักลงทุนทั่วยุโรป ซึ่งแสดงความเห็นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการประกาศใช้เงินยูโร เมื่อวันที่ 1 ม.ค. โดยหลายฝ่ายยอมรับความสำเร็จของระบบสกุลเงินเดียวแบบยูโร และยืนยันเดินหน้าใช้ระบบสกุลเงินเดียวต่อไป แต่เร่งบรรดาผู้นำทั่วยุโรปร่วมมือกันแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะที่กำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก เพื่อรักษาสถานภาพของเงินยูโร
วูล์ฟกัง ชอยเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี กล่าวว่า ปัญหาของยุโรปในช่วงปีที่ผ่านมาไม่ใช่วิกฤตของเงินสกุลยูโร แต่เป็นวิกฤตหนี้ของบางประเทศในกลุ่มยูโรโซนเท่านั้น พร้อมเตือนให้รัฐบาลประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้ดำเนินตามแผนรัดเข็มขัดที่วางไว้อย่างรัดกุมเข้มงวด
ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังย้ำชัดว่าเงินยูโรคือแบบฉบับของความสำเร็จ โดยเชื่อมั่นว่าเงินยูโรจะยังคงมีเสถียรภาพต่อไปในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซึ่งให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์บริติช ซันเดย์ของอังกฤษ ระบุว่า สถานะของเงินยูโรในปัจจุบันยังคงขาดเสถียรภาพ เนื่องจากบรรดารัฐบาลในกลุ่มประเทศยูโรโซนยังไม่สามารถเสนอทางออกที่ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ได้
ด้าน คริสเตียน นอเยอร์ ตัวแทนจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า เงินยูโรจะสามารถฟื้นกลับมาเป็นหนึ่งในสกุลเงินชั้นนำของโลกอีกครั้ง หากว่าผู้นำใน 17 ชาติสมาชิกยูโรโซนประสบความสำเร็จในการรวมระบบการคลังของสมาชิกให้เป็นหนึ่ง
ขณะที่ในวันเดียวกัน หลุยส์ เดอ กวินดอส รัฐมนตรีคลังสเปน เปิดเผยว่า รัฐบาลสเปนจำเป็นต้องเร่งเพิ่มรายได้ด้วยการเพิ่มอัตราภาษีอย่างเร่งด่วน เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลที่มีแนวโน้มว่าจะเกินกว่าที่คาดการณ์กันไว้ โดย เดอ กวินดอส ให้สัมภาษณ์กับรายการวิทยุท้องถิ่น หลังจากที่รัฐบาลพรรคฝ่ายขวาซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2554 ประกาศเพิ่มอัตราภาษีที่ดินและตัดลดค่าใช้จ่ายเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านยูโร
ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังสเปน ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลจำต้องประกาศมาตรการดังกล่าว แม้จะเคยสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะไม่เดินหน้าเพิ่มแผนรัดเข็มขัด เป็นเพราะตัวเลขการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลประจำปี 2554 มีแนวโน้มสูงเกินกว่าตัวเลขที่รัฐบาลประมาณการกันไว้ก่อนหน้าที่ 6% พุ่งมาอยู่ที่ 8% ส่งผลให้มาตรการจำกัดตัวเลขการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลให้อยู่ที่ 4.4% ภายในปี 2555 และ 3% ภายในปี 2556 เป็นไปได้ยาก จนส่งผลร้ายต่อต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสเปนในที่สุด
“มันเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะทำให้เศรษฐกิจของสเปนห่างไกลจากการขาดเสถียรภาพ” รัฐมนตรีคลังสเปน ระบุ







